Matichon
‘พนัส’ นั่งรถเข็นใช้สิทธิเลือกตั้ง ลั่นเจ็บใจต้องสู้กับพรรคการเมือง หวั่นใช้ สปส.เป็นเครื่องมือ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Key facts
- ‘พนัส’ นั่งรถเข็นใช้สิทธิเลือกตั้ง มั่นใจ ‘ทีมเรามาแน่’ ชี้ไม่ได้สู้กับลูกจ้าง แต่กำลังสู้กับพรรคการเมือง หวั่นใช้ประกันสังคมเป็นเครื่องมือ
- เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่โรงเรียนสมุทรปราการ นายพนัส ไทยล้วน นายจ้างนั่งรถเข็นมาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เท่าที่ได้รับรายงานมา การเลือกตั้งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย
- ”ทุกคนก็รู้อยู่ว่าเอานายจ้างกับลูกจ้างมาอย่างละ 2 แล้วเมื่อได้ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 7 คน อนุกรรมการอีก 60 คน แบบนี้เท่ากับมัดตราสังประกันสังคมแล้ว ตายสนิท เพราะทั้งหมดมี 87 คน และมีรัฐบาลอยู่ 7 คน แบบนี้เรียกว่าตายหรือไม่ แล้วจะไปสู้ได้อย่างไร”
- นายพนัสกล่าวต่อว่า ทุกคนเวลาไปลงคะแนนก็มั่นใจว่า ‘ทีมเรามาแน่’ แต่จะมามากมาน้อยไม่เป็นไร แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเราผ่านการเลือกตั้งมาตั้ง 40-50 ครั้งแล้ว มีทั้งแพ้มีทั้งชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่เจ็บใจอย่างเดียวเราไม่ได้สู้กับลูกจ้าง
Summary
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่โรงเรียนสมุทรปราการ นายพนัส ไทยล้วน นายจ้างนั่งรถเข็นมาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เท่าที่ได้รับรายงานมา การเลือกตั้งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่จะแพ้หรือชนะก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเท่าที่เดินมาเราก็ไม่รู้จักเขา ทั้งนี้สิ่งที่เรารู้จักมีอยู่ 2 อย่างคือ เรารู้จักผู้นำกรรมการ แต่ไม่รู้จักสมาชิกของเขาที่มีอยู่กว่าเป็นพันคน อย่างไรก็ตามเท่าที่ได้รับรายงานมาน้องๆ เขาก็ช่วยกันเต็มที่ ส่วนจะแพ้หรือชนะไม่เป็นไร
เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงผู้ประกันตนหรือนายจ้างที่กำลังจะออกมาใช้สิทธิก่อนปิดหีบในวันนี้หรือไม่ นายพนัสกล่าวว่า นายจ้างเราคุยกันหลายครั้งหลายรอบแล้ว บอกว่าเรื่องนี้ยอมไม่ได้เพราะเป็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นนายจ้าง แล้วคนที่มาพูดว่าจะพบนายจ้างก็มี ทั้งๆ ที่ตัวเขาเป็นลูกจ้าง ซึ่งออกมาพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ดังนั้นตนยืนยันว่าอยากให้นายจ้างลูกจ้างยึด 3 ขาเหมือนเดิม ซึ่งมีการยึดโยงกันอยู่ จะทำอะไรก็ต้องมีการหารือและยินยอมพร้อมใจกัน แต่ถ้าเอามาผูกรวมกันเอาไว้แบบนี้ มันจะเป็นอย่างไร
นายพนัสกล่าวต่อว่า ทุกคนเวลาไปลงคะแนนก็มั่นใจว่า ‘ทีมเรามาแน่’ แต่จะมามากมาน้อยไม่เป็นไร แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเราผ่านการเลือกตั้งมาตั้ง 40-50 ครั้งแล้ว มีทั้งแพ้มีทั้งชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่เจ็บใจอย่างเดียวเราไม่ได้สู้กับลูกจ้าง แต่ตอนนี้เรากำลังสู้กับพรรคการเมือง นี่คือความแสบ แล้วพรรคการเมืองอื่นก็จะมองเป็นตัวอย่างว่าสามารถนำตรงนี้มาเป็นเครื่องมือได้ วันไหนที่พรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมด้วย ถามว่าประกันสังคมจะพังหรือไม่ ถ้าพรรคเพื่อไทยก็มา พรรคภูมิใจไทยก็มา บอกให้
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามในการสื่อสารว่าเป็นเด็กอมมือ ดังนั้นวันนี้คิดว่าจะล้มเด็กอมมือได้หรือไม่ นายพนัสกล่าวว่า เด็กอมมือจะมีความหมายอะไร มันต้องมองข้างหลังเด็กอมมือ เพราะเป็นลูกน้องของพรรคการเมือง ถ้าจะล้มเด็กอมมือลำพังตัวต่อตัวกับตน ถ้าได้สัก 100 คะแนนก็ถือว่าเจ๋งแล้ว แต่นี่อาศัยศักดิ์ศรีของพรรคการเมือง เป็นลูกจ้างจะไปด่านายจ้างเขาได้อย่างไร ซึ่งเท่าที่มีการพูดคุยกับตนถือว่าโกรธมาก เพราะถือว่าไปก้าวร้าวต่อเขา