Krungthep Turakij
'ปิยะสมบัติกุล'จับมือ'โสภณพนิช'พลิกที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์สู่มิกซ์ยูสแสนล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จับตา! ปิยะสมบัติกุลจับมือโสภณพนิช ผ่านซิตี้ เรียลตี้ ของชาลี โสภณพนิช พลิกที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ปั้นมิกซ์ยูสกลางถนนวิทยุ ที่ดินหายากใจกลางกรุงเทพฯ สะท้อนเกมลงทุนของ 2 ตระกูลใหญ่
Key facts
- ทำไมที่ดินเกือบ 20 ไร่กลางถนนวิทยุ ถึงมีมูลค่ามากกว่าแค่ราคา?
- เกมนี้อาจไม่ใช่แค่การซื้อที่ดิน แต่คือการสร้างสินทรัพย์ระยะยาว
- ผังเมืองเปิดทางแค่ไหน? เมื่อที่ดินแปลงนี้มีแต้มต่อในการพัฒนา
- ปิยะสมบัติกุล&โสภณพนิช สองตระกูลที่มีต้นทุนความเชี่ยวชาญคนละแบบ
- ที่ดินผืนนี้จะเปลี่ยนโฉมถนนวิทยุไปอีกหลายสิบปีหรือไม่?
- ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ (เดิม ) บนทำเลทองถนนวิทยุ–ซอยต้นสน เนื้อที่เกือบ 20 ไร่ กำลังกลายเป็นหนึ่งในดีลอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกจับตาที่สุดของกรุงเทพฯ หลังมีกระแสข่าวว่า กลุ่มปิยะสมบัติกุลและชาลี โสภณพนิช อาจเข้ามาถือครองที่ดินมูลค่า20,000
- ที่ดินสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์เดิมมีเนื้อที่รวม 19 ไร่ 3 งาน 26.6 ตารางวา เชื่อมต่อทั้งถนนวิทยุและซอยต้นสน มีขนาดและรูปแปลงที่เอื้อต่อการออกแบบโครงการขนาดใหญ่ มากกว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงประเภทเดียวด้วยคุณสมบัติเหล่านี้
- ที่ดินสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์เดิมมีองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ตลาดต้องจับตา ตั้งแต่ขนาดที่ดินเกือบ 20 ไร่ ทำเลติดถนนวิทยุและซอยต้นสน ไปจนถึงศักยภาพในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายประเภท เมื่อมีชื่อของกลุ่มปิยะสมบัติกุลและชาลี
Summary
ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ (เดิม ) บนทำเลทองถนนวิทยุ–ซอยต้นสน เนื้อที่เกือบ 20 ไร่ กำลังกลายเป็นหนึ่งในดีลอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกจับตาที่สุดของกรุงเทพฯ หลังมีกระแสข่าวว่า กลุ่มปิยะสมบัติกุลและชาลี โสภณพนิช อาจเข้ามาถือครองที่ดินมูลค่า20,000 ล้านบาท ท่ามกลางการจับตาถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่อาจสร้างมูลค่าโครงการได้ถึงระดับแสนล้านบาท และอาจมีผู้เล่นธุรกิจสุขภาพเข้ามาเสริมทัพ แต่คำถามสำคัญคือ ที่ดินผืนสุดท้าย ๆ ของย่านลักชัวรีแห่งนี้
ที่ดินดังกล่าวคาดว่าจะถูกพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ซึ่งอาจประกอบด้วยโรงแรม ที่พักอาศัย และพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยมีมูลค่าโครงการที่อาจสูงถึงระดับแสนล้านบาท
มีการคาดการณ์ว่าอาจมีกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลอย่าง BDMS เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มองค์ประกอบด้านสุขภาพและการดูแลคุณภาพชีวิต (Wellness) ให้กับโครงการ