Matichon
สืบตม.3 รวบผัวเมียเวียดนามหนีคดีสาดน้ำกรดกลางกรุงฮานอยซุกห้วยขวาง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนปราบปรามคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ และไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยสั่งการให้ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธานินทร์ณัฏฐ์ ประยูรศร รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เดรินิว มิ่งเมือง สว.กก.สส.บก.ตม.3
Key facts
- พล.ต.ต.ทรงโปรดเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 รับการประสานข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม ให้ติดตามตัวผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 2 ราย
- พล.ต.ต.ทรงโปรดกล่าวว่า ภายหลังทราบข้อมูล พ.ต.อ.สุริยะ นำชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามหาข่าวจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เขตห้วยขวาง จึงเฝ้าสังเกตการณ์พบผู้ต้องหาทั้งสองคนตามที่ทางการเวียดนามต้องการตัวจึงเข้าควบคุมตัว
Summary
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนปราบปรามคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ และไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยสั่งการให้ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธานินทร์ณัฏฐ์ ประยูรศร รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เดรินิว มิ่งเมือง สว.กก.สส.บก.ตม.3
พล.ต.ต.ทรงโปรดเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 รับการประสานข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม ให้ติดตามตัวผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 2 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกันก่อเหตุใช้สารเคมีรุนแรงสาดใส่ผู้เสียหายบริเวณร้านอาหารกลางแจ้งกลางกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 25 ก.ค.68 โดยฝ่ายหญิงทำหน้าที่ลวงผู้เสียหายออกมาพบ ก่อนฝ่ายชายจะแต่งกายเป็นพนักงานส่งอาหาร ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาสาดสารเคมีใส่ใบหน้าและลำตัวของผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ
พล.ต.ต.ทรงโปรดกล่าวว่า ภายหลังทราบข้อมูล พ.ต.อ.สุริยะ นำชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามหาข่าวจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เขตห้วยขวาง จึงเฝ้าสังเกตการณ์พบผู้ต้องหาทั้งสองคนตามที่ทางการเวียดนามต้องการตัวจึงเข้าควบคุมตัว ตรวจสอบและสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวและหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย จึงแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย และจัดทำบันทึกการควบคุมตัวไว้เป็นหลักฐาน