← Back to KHAO

‘ชัชชาติ’ เผยน้ำท่วมกรุงคลี่คลาย 90% สั่งลุยฟื้นฟูเมือง-เร่งระบายน้ำ 6 เขตฝั่งตะวันออก

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.

2 แหล่งข่าว

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชน 1

วันนี้(10 ตุลาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยรองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่หมู่บ้านนักกีฬา เขตสะพานสูง เพื่อติดตามการช่วยเหลือประชาชนภายใต้ภารกิจ ‘ร่วมแรงฟื้นกรุง’ พร้อมเปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้คลี่คลายแล้วกว่า 90% หลังฝนทิ้งช่วงมา 2 วัน พื้นที่ส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 6 เขต ได้แก่ มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง ลาดกระบัง และบึงกุ่ม รวม 97 ชุมชน

Key facts

Summary

สาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำลดระดับช้า เนื่องจากกรุงเทพฯ ถูกล้อมรอบด้วยมวลน้ำจาก 3 ด้าน ทั้งปทุมธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ทำให้มีน้ำไหลเข้ามาเติมในคลองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลองลำปลาทิวที่ระดับน้ำลดลงเพียงวันละ 2-3 เซนติเมตร กทม. จึงเร่งติดตั้งเรือผลักดันน้ำตามคลองต่างๆ เพื่อระบายลงคลองประเวศ พร้อมประสานกรมชลประทานช่วยผลักดันน้ำลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตออกสู่อ่าวไทย ขณะเดียวกันได้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 8 และคลอง 9

สำหรับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ระบบป้องกันน้ำท่วมของ กทม. สามารถรองรับได้ (ศักยภาพรับได้มากกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือการผันน้ำจากพื้นที่ด้านตะวันออก และน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ กทม. ยังเตรียมพร้อมรับมือพยากรณ์อากาศที่คาดว่าจะมีฝนตกเพิ่ม 40-50 มิลลิเมตร

ชัชชาติได้ระบุถึงบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ว่า ในอนาคตการอนุญาตก่อสร้างหมู่บ้านจะต้องพิจารณาระดับพื้นที่และความเสี่ยงน้ำท่วมให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมเตรียมปรับปรุงฐานข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและจัดเตรียมอุปกรณ์รับมือภัยพิบัติให้พร้อมใช้งาน ทั้งนี้ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และทหาร ที่ร่วมบูรณาการความช่วยเหลือ โดยย้ำว่าหัวใจสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการฟื้นฟูเมือง เปิดเส้นทางสัญจร และคืนความสะอาดปลอดภัย

Read full article at The Standard →