← Back to KHAO

ดีเอสไอ เปิดคำให้การ ‘หนุ่ม กรรชัย’ บริจาคเงิน 1.5 ล้าน เข้ามูลนิธิฯ-บัญชีส่วนตัว ‘กัน จอมพลัง’

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

"ดีเอสไอ" เปิดคำให้การ "หนุ่ม กรรชัย"ยืนยันตัวเลขเงินบริจาครวมราว 1.5 ล้านบาท เข้าบัญชี "มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ - บัญชีส่วนตัวกันจอมพลัง" ไม่นับรวมยอดหลักหมื่นบาทประปรายตามปากต่อปากของกันจอมพลังรุดช่วยเหลือชาวบ้าน - สนับสนุนถุงยังชีพ และเห็น "กันจอมพลัง" ลงพื้นที่บรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านจริง จึงให้ความไว้ใจช่วยเหลือบริจาคเงิน "พนักงานสืบสวน" ชี้ ทั้งคู่ไม่มีเรื่องผลประโยชน์แอบอิงกันจากกรณีเงินบริจาค

Key facts

Summary

อย่างไรก็ตาม ในกรณีหากในภายหลังดีเอสไอมีการรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะพบข้อเท็จจริงว่าอาจมีการใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ หรือมีการนำเงินไปใช้ในกิจการอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ซึ่งในฐานะของผู้บริจาคเงินเข้ามูลนิธิ จะถือเป็นผู้เสียหายและร้องทุกข์กล่าวโทษได้หรือไม่นั้น ในส่วนนี้พนักงานสืบสวนก็ต้องดูจำนวนความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนว่าเป็นความเสียหายเท่าไร อย่างไร และทางมูลนิธิมีเจตนากระทำการตามความเสียหายจริงหรือไม่

10 ตุลาคม 2569 - คณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ต.ค. นายกรรชัย กำเนิดพลอย ได้เข้าให้ข้อมูลชี้แจงเรื่องการบริจาคเงินเข้าบัญชีมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ และบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายกัณฐัศว์ โดยนายกรรชัย ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสืบสวนว่าตนเองได้บริจาคเงินไปทั้งสิ้นรวมราว ๆ 1.5 ล้านบาท แต่ก็ยังมีจำนวนเงินยิบย่อยหลักหมื่นบาทประปรายไปตามที่นายกัณฐัศว์ ระบุถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือคนตามสถานการณ์ต่าง ๆ หรือการซื้อถุงยังชีพ

ระหว่างนี้จึงต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากทั้งการสอบปากคำพยานรายอื่น ๆ และหลักฐานเอกสารจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง หรือรวมถึงเส้นทางการเงิน จึงจะมีการเชิญนายกัณฐัศว์ มาสอบถามข้อมูลในลำดับถัดไป เพราะพนักงานสืบสวนต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ว่ามีพฤติการณ์ใดของมูลนิธิ หรือผู้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิที่มีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ หรือใช้เงินในกิจการอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ อันเป็นความเสียหายต่อเจตนารมณ์ผู้บริจาค หรือเป็นการหลอกลวงหรือไม่ เป็นต้น ทั้งนี้

Read full article at Thai Post →