Thansettakij
โรค aHUS ภัยเงียบหายากในเด็ก พบเร็วช่วยเซฟไต-ชีวิต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
แพทย์เตือน “โรค aHUS” ต้องสังเกตอาการเด็ก ซึม ซีด ปัสสาวะน้อย ตัวบวม ชี้เป็นโรคหายากดำเนินรุนแรง การวินิจฉัยและรักษาทันท่วงทีช่วยลดความเสียหายของไต
Key facts
- ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนงนุช สิระชัยนันท์ หัวหน้าสาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า aHUS จัดเป็นโรคหายากขั้นรุนแรง มีอุบัติการณ์พบเพียง 1–2 รายต่อประชากร 1
- โรค aHUS เป็นกลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดจากการควบคุมระบบภูมิคุ้มกันชนิดคอมพลีเมนต์ (Complement system) เสียสมดุลและถูกกระตุ้นมากเกินไป ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเยื่อบุหลอดเลือด และนำไปสู่การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดขนาดเล็ก
Summary
โรค aHUS หรือ Atypical Hemolytic Uremic Syndrome เป็นกลุ่มอาการหายากที่พบในเด็ก ส่งผลกระทบต่อไตและอวัยวะสำคัญเนื่องจากการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน การเร่งสร้างความตระหนักรู้ การตรวจพบเร็ว และการเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษากระบวนการฟื้นตัวของผู้ป่วย
โรค aHUS เป็นกลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดจากการควบคุมระบบภูมิคุ้มกันชนิดคอมพลีเมนต์ (Complement system) เสียสมดุลและถูกกระตุ้นมากเกินไป ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเยื่อบุหลอดเลือด และนำไปสู่การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดขนาดเล็ก ซึ่งจะเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดจนกระทบต่อการทำงานของไตและอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย โดยมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ภาวะเม็ดเลือดแดงแตก เกล็ดเลือดต่ำ และการทำงานของไตบกพร่อง
การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อหาภาวะเม็ดเลือดแดงแตกและเกล็ดเลือดต่ำ ควบคู่กับการตรวจการทำงานของไตที่ผิดปกติ และการตรวจทางพันธุกรรมเพื่อค้นหาความผิดปกติของระบบคอมพลีเมนต์ ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันยังไม่มีระบบตรวจคัดกรองประชากรทั่วไปก่อนแสดงอาการ แต่หากพบว่ามีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง ตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อเฝ้าระวังล่วงหน้าได้