Komchadluek
"ชนาธิป โคกมณี" รักษาราชการแทน ผู้ว่าฯ ปราจีน เมินดราม่า ข่าวย้ายนายอำเภอ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
7 ต.ค. 2569 เมื่อเวลา 17.30 น. นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านสร้าง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำในอำเภอ
Key facts
- ทางจังหวัดได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยจากศูนย์พักพิงโรงเรียนศรีรักษ์ราษฎร์บำรุง ตำบลบางแตน ไปยังวัดแหลมไผ่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย พร้อมประสานกระทรวงสาธารณสุขเร่งจัดส่งยารักษาโรค
- นายชนาธิป กล่าวเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการในภาวะวิกฤตว่า ได้กำชับให้สำรวจระดับความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อจัดลำดับความช่วยเหลือ พร้อมระดมเครื่องมือ ยานพาหนะ รถยกสูง และเรือท้องแบน ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ
- การสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ จึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติการบริหารจัดการวิกฤตอุทกภัยและการเคลื่อนไหวทางสังคมของภาคประชาชนในพื้นที่
Summary
7 ต.ค. 2569 เมื่อเวลา 17.30 น. นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านสร้าง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำในอำเภอเมืองปราจีนบุรีมีแนวโน้มลดลงวันละ 5-6 เซนติเมตร แต่มวลน้ำทั้งหมดได้ไหลลงสู่พื้นที่อำเภอบ้านสร้าง ผ่านตำบลบางพลวง บางปลาร้า บางเตย บางยาง และบางแตน ส่งผลให้บ้านสร้างกลายเป็นพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงที่สุดในจังหวัด
ต่อประเด็นกระแสข่าวคำสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างกะทันหัน นายชนาธิป ให้ความเห็นว่า ไม่อยากให้สังคมมุ่งเน้นประเด็นดราม่าจนละเลยการทำงานเพื่อประชาชน พร้อมเปิดกว้างให้ผู้ที่ต้องการทราบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่สอบถามหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่ปฏิบัติงานร่วมกับนายอำเภอโดยตรงได้ เพื่อรับทราบข้อมูลตามความเป็นจริง
การสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ จึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติการบริหารจัดการวิกฤตอุทกภัยและการเคลื่อนไหวทางสังคมของภาคประชาชนในพื้นที่