Nation TV
เมินดรามาย้ายนายอำเภอ "รษก.ผวจ.ปราจีนฯ" ลุยน้ำท่วมบ้านสร้าง ช่วยผู้ประสบภัย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บ้านสร้างวิกฤตหนัก! รษก.ผวจ.ปราจีนฯ ลุยน้ำท่วมเร่งช่วยผู้ประสบภัย เมินดรามาย้ายด่วน "นายอำเภอบ้านสร้าง" เปิดทางสังคมสอบถามข้อมูลจริง
Key facts
- 8 ตุลาคม 2569 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ภายหลังอำเภอบ้านสร้างซึ่งเป็นจุดรับมวลน้ำสุดท้ายกำลังเผชิญวิกฤตอุทกภัยขั้นรุนแรง แต่กลับมีคำสั่งย้ายด่วน นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 17.30 น. นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านสร้าง
- ทางจังหวัดได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยจากศูนย์พักพิงโรงเรียนศรีรักษ์ราษฎร์บำรุง ตำบลบางแตน ไปยังวัดแหลมไผ่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย พร้อมประสานกระทรวงสาธารณสุขเร่งจัดส่งยารักษาโรค
- นอกจากนี้ เมื่อเวลา 22.50 น. ในวันเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดด้านมวลชนเริ่มก่อตัวขึ้น หลัง นางสาวศิริพร ฉายวัฒนะ แกนนำภาคประชาชน ซึ่งเคยเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการดินแลกน้ำในพื้นที่อำเภอนาดี ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์
Summary
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 17.30 น. นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านสร้าง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำในอำเภอเมืองปราจีนบุรีมีแนวโน้มลดลงวันละ 5–6 เซนติเมตร แต่มวลน้ำทั้งหมดได้ไหลลงสู่พื้นที่อำเภอบ้านสร้าง ผ่านตำบลบางพลวง บางปลาร้า บางเตย บางยาง และบางแตน
ส่วนกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์คำสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างกะทันหัน นายชนาธิป ให้ความเห็นว่า ไม่อยากให้สังคมมุ่งเน้นประเด็นดรามาจนละเลยการทำงานเพื่อประชาชน พร้อมเปิดกว้างให้ผู้ที่ต้องการทราบข้อเท็จจริงลงพื้นที่สอบถามหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ปฏิบัติงานร่วมกับนายอำเภอโดยตรงได้ เพื่อรับทราบข้อมูลตามความเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม การสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ จึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติการบริหารจัดการวิกฤตอุทกภัย และการเคลื่อนไหวทางสังคมของภาคประชาชนในพื้นที่