The Standard
ศุภจี ลงพื้นที่ไทย อกริ ฟู้ดส์ ย้ำโรงงานต้องพร้อมรับมือน้ำท่วม รักษาผลิต-ส่งออกต่อเนื่อง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
วันนี้ (7 ตุลาคม) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากอุทกภัย ณ บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหาร อาทิ พริกแกง กะทิ น้ำจิ้ม และซอส โดยมีพัชรินทร์ สอดห่วง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ของบริษัท
Key facts
- วันนี้ (7 ตุลาคม) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากอุทกภัย ณ บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด
- ศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องการติดตามสถานการณ์จริงของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าภาคการผลิตและการส่งออกของไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้ โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานและมีตลาดส่งออก
- เครื่องจักรและสายการผลิตมีความสำคัญ แต่ทรัพยากรบุคคลก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต้องดูแลพนักงานควบคู่ไปกับการดูแลการผลิต สิ่งที่บริษัทดำเนินการอยู่ถือเป็นตัวอย่างของการเตรียมความพร้อมที่ดี”
- ศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนมากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมควรยกระดับการบริหารความเสี่ยง โดยจัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินเป็นเทียร์ เพื่อให้สามารถรับมือได้ตั้งแต่สถานการณ์ปกติ
Summary
สำหรับบริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ฯ แม้พื้นที่โดยรอบโรงงานจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่ตัวโรงงานไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง และบริษัทมีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์และมาตรการดูแลพนักงานและกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
ศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องการติดตามสถานการณ์จริงของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าภาคการผลิตและการส่งออกของไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้ โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานและมีตลาดส่งออก ซึ่งจำเป็นต้องรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการส่งมอบสินค้าให้กับคู่ค้า
ศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนมากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมควรยกระดับการบริหารความเสี่ยง โดยจัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินเป็นเทียร์ เพื่อให้สามารถรับมือได้ตั้งแต่สถานการณ์ปกติ ไปจนถึงกรณีที่สถานการณ์รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมทั้งควรมีการซักซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์