Kaohoon
“บล.พาย” มองข้ามช็อต “กลุ่มแบงก์” ชี้กำไรปี 70 ฟื้นตัว ชูหุ้นเด่น KKP-KTB ปันผลสูง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi ระบุว่า ประเมินผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิรวมที่ 5.96 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักที่กำไรปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงตามส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน (FVTPL) ที่ปรับตัวลง
Key facts
- นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi ระบุว่า ประเมินผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิรวมที่ 5.96 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.6%
- ภาพรวมสินเชื่อในไตรมาส 3 ทรงตัว โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แตะระดับ 12.5 ล้านล้านบาท และเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกของปี 2569 สินเชื่อจะปรับเพิ่มขึ้น 2.5%
- แม้กำไรในครึ่งปีหลังจะไม่โดดเด่น แต่ธนาคารยังมีฐานเงินกองทุนแข็งแกร่งและมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สม่ำเสมอเฉลี่ย 5.7% ในปี 2569-2570 โดยเลือก KKP เป็นหุ้นเด่นจากการเติบโตของกำไรและการบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพ และ KTB
- ด้าน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL , ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB คาดว่ากำไรจะปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าแต่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่
Summary
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi ระบุว่า ประเมินผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิรวมที่ 5.96 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักที่กำไรปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงตามส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน (FVTPL) ที่ปรับตัวลง
ภาพรวมสินเชื่อในไตรมาส 3 ทรงตัว โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แตะระดับ 12.5 ล้านล้านบาท และเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกของปี 2569 สินเชื่อจะปรับเพิ่มขึ้น 2.5% นับตั้งแต่ต้นปี ส่วนคุณภาพสินเชื่อ แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดและราคาพลังงานที่ทรงตัวสูง แต่ปัญหาหนี้เสียยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL ratio) เฉลี่ยจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.7%
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดว่ากำไรสุทธิรวมจะปรับลดลงราว 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ก่อนที่จะกลับมาขยายตัวราว 3% ในปี 2570 ซึ่งจะได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่กลับมาเติบโตล้อไปกับการขยายตัวของสินเชื่อ รวมถึง NIM ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ฝ่ายวิจัยจึงคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด”
AAV บวก 2% หลัง “โทนี่ เฟอร์นันเดส” แจงคลายกังวลวิกฤตการเงิน AirAsia โบรกจับตางบ Q3/69