Post Today
“สส.บุญรวี” แถลงพิรุธทุนเทากว้านซื้อที่ดินแก้มลิง เหตุทำน้ำท่วมหนัก จี้สอบระยอง–ชลบุรี ปมซื้อที่ดินฝังขยะอิเล็กทรอนิกส์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"สส.บุญรวี" ร้องสอบทุนเทากว้านซื้อที่ดินแก้มลิงทำน้ำท่วมหนัก พร้อมจี้ฟันปมฝังขยะพิษ
Key facts
- ร้องสอบทุนเทากว้านซื้อที่ดินแก้มลิงทำน้ำท่วมหนัก พร้อมจี้ฟันปมฝังขยะพิษ
- นายบุญรวี ยมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ และดำเนินการเกี่ยวกับข้อกังวลของพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัด กรณีได้มีกลุ่มทุนเทา ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี
- นายบุญรวีกล่าวต่อไปว่า เวลานี้มีพี่น้องประชาขนในหลายจังหวัดได้แจ้งข้อมูลเข้ามายังพรรครวมใจไทยอย่างมากมายว่า มีกลุ่มทุนเทา กำลังเร่งกว้านซื้อที่ดิน ซึ่งที่ดินที่ถูกขายออกไปในหลายแห่งสามารถนำมาพัฒนาทำเป็นโครงการแก้มลิง
- ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทยอย่างแน่นอน ไม่ว่า จะเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้ชุมชนเสียโอกาสเพิ่มพื้นที่รับน้ำ และหากพบการฝังขยะพิษที่ผิดกฎหมาย ก็อาจเผชิญความเสี่ยงมลพิษซ้ำเติม
Summary
นายบุญรวี ยมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ และดำเนินการเกี่ยวกับข้อกังวลของพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัด กรณีได้มีกลุ่มทุนเทา ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี เข้าไปกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เช่น ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี โดยระบุว่า พื้นที่บางส่วนมีศักยภาพพัฒนาเป็นแก้มลิง ที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายบุญรวีกล่าวต่อไปว่า เวลานี้มีพี่น้องประชาขนในหลายจังหวัดได้แจ้งข้อมูลเข้ามายังพรรครวมใจไทยอย่างมากมายว่า มีกลุ่มทุนเทา กำลังเร่งกว้านซื้อที่ดิน ซึ่งที่ดินที่ถูกขายออกไปในหลายแห่งสามารถนำมาพัฒนาทำเป็นโครงการแก้มลิง ที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ แต่จากการถูกทุนเทากว้านซื้อ กลับถูกนำไปใช้เป็นพื้นที่ลักลอบฝังขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามมาอย่างแน่นอน “ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และจริงจัง โยขอยกตัวอย่างเช่น
ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทยอย่างแน่นอน ไม่ว่า จะเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้ชุมชนเสียโอกาสเพิ่มพื้นที่รับน้ำ และหากพบการฝังขยะพิษที่ผิดกฎหมาย ก็อาจเผชิญความเสี่ยงมลพิษซ้ำเติม รัฐบาลจึงต้องตรวจสอบทั้งเส้นทางการถือครอง การใช้ที่ดิน และศักยภาพรองรับน้ำควบคู่กัน เพื่อไม่ให้ผลประโยชน์ของผู้กระทำผิดกลายเป็นภาระด้านน้ำท่วมและสิ่งแวดล้อมของประชาชน