Post Today
“มหากิจศิริ” เปิดศึกเนสท์เล่รอบใหม่ ร้อง กขค. ใช้อำนาจเหนือตลาด-กีดกัน QCP เรียกค่าเสียหาย 1 แสนล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ศึก “เนสกาแฟ” ยังไม่จบ “ประยุทธ มหากิจศิริ” ยื่นร้องคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า กล่าวหาเนสท์เล่ใช้อำนาจเหนือตลาดและอำนาจต่อรองแทรกแซง–ขัดขวาง QCP ทั้งยุติคำสั่งซื้อ ปิดโรงงาน โอนย้ายพนักงาน และขัดขวางการกลับมาทำธุรกิจกับรายอื่น พร้อมขอให้ กขค.เร่งสอบแ
Key facts
- ในประเทศไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของกลุ่มบริษัทเนสท์เล่ โดยกล่าวหาว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 มาตรา 50 และมาตรา
- ข้อพิพาทระหว่างเนสท์เล่กับครอบครัวมหากิจศิริมีต้นตอจากการร่วมทุน QCP ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ก่อนที่สัญญาที่เกี่ยวข้องจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2567
- สาระสำคัญของคำร้อง ระบุว่า กลุ่มบริษัทเนสท์เล่เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาดในธุรกิจกาแฟผงสำเร็จรูปในประเทศไทย และเป็นผู้ถือหุ้นอีก 50% ใน QCP ขณะที่ฝ่ายมหากิจศิริถือหุ้นอีก 50%
- นายประยุทธระบุในหนังสือร้องเรียนว่า การกระทำที่ถูกร้องเรียนยังคงดำเนินอยู่และก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น จึงขอให้สำนักงาน กขค.รับเรื่องไว้พิจารณา แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนโดยเร่งด่วน และขอให้มีคำสั่งตามมาตรา 60
Summary
สาระสำคัญของคำร้อง ระบุว่า กลุ่มบริษัทเนสท์เล่เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาดในธุรกิจกาแฟผงสำเร็จรูปในประเทศไทย และเป็นผู้ถือหุ้นอีก 50% ใน QCP ขณะที่ฝ่ายมหากิจศิริถือหุ้นอีก 50%
พร้อมขอให้ กขค.เร่งสอบและใช้มาตรการตามกฎหมาย ขณะที่ข้อพิพาททางธุรกิจและคดีเรียกค่าเสียหายมูลค่าราว 1 แสนล้านบาท
ศึก “เนสกาแฟ” ยังไม่จบ “ประยุทธ มหากิจศิริ” ยื่นร้องคณะกรรมการแข่งขันทางการค้ากล่าวหาเนสท์เล่ใช้อำนาจเหนือตลาด