Post Today
หุ้นไทย Q4 ผันผวนแกว่างกรอบ 1,500-1,700 จุด กูรูชี้จังหวะร่วงหนักซื้อ 10 หุ้นเด่น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ราคาน้ำมัน-ภูมิรัฐศาสตร์กดตลาด สวนทางกำไรบริษัทจดทะเบียนฟื้นช่วยจำกัดกรอบขาลง “ทรีนีตี้” คาด 1,500-1,700 จุด เตือนนักลงทุนอย่าไล่ราคา รอจังหวะ Panic Sell ทยอยสะสม 10 หุ้นพื้นฐานดี ธีมเด่น ปศุสัตว์-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก-เกษตรแปรรูป-FDI
Key facts
- ปัจจัยมหภาคที่ต้องจับตาในช่วงต้นไตรมาส คือทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งแรกของรอบในช่วงกลางเดือนกันยายน และยังมีโอกาสปรับขึ้นอีกครั้งภายในสิ้นปี
- อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นไทย คือ Implied Equity Risk Premium (ERP) ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 5.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 4.0% และเข้าใกล้ระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในปี 2565
- ขณะเดียวกัน Real Policy Rate หรืออัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงยังอยู่ในแดนลบประมาณ -1.0% ถึง -1.9% และอยู่ในระดับดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
- กลุ่มรับประโยชน์จาก FDI แนะนำ AMATA, STECON
- นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกในไตรมาส 4/2569 มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะ “Tug-of-War”
- อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในช่วงกลางไตรมาส คือการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดทุนทั่วโลก
Summary
ส่งผลให้ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี ตลาดมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัด โดยมีปัจจัยทั้งด้านบวกและลบเข้ามาหักล้างกัน ทำให้ Upside และ Downside ของตลาดมีแนวโน้มถูกจำกัด
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกในไตรมาส 4/2569 มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะ “Tug-of-War” หรือการยื้อกันระหว่างปัจจัยมหภาค (Macro) ที่กดดันตลาด กับปัจจัยจุลภาค (Micro) ที่ยังช่วยประคองตลาด
ปัจจัยมหภาคที่ต้องจับตาในช่วงต้นไตรมาส คือทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งแรกของรอบในช่วงกลางเดือนกันยายน และยังมีโอกาสปรับขึ้นอีกครั้งภายในสิ้นปี ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2%