Komchadluek
"ทักษิณ" ขึ้นศาลสู้คดีภาษีขายหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้าน โอดยึดอีก 90 ล้าน รถ 5 คัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
7 ต.ค. ที่ศาลภาษีอากรกลาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราวที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องกรมสรรพากร จากกรณีสรรพากรเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท ให้กับกลุ่มเทมาเส็ก ที่ศาลฎีกาแผนกผู้ด
Key facts
- นายวิญญัติ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญอีกประการที่ฝ่ายโจทก์นำเสนอต่อศาล คือยอดภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บ ซึ่งมีการกล่าวถึงเงินต้นประมาณ 5,800 ล้านบาท อันเป็นเงินที่กรมสรรพากรอ้างว่าเป็นภาษีจากเงินได้จากการขายหุ้น รวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
- ถ้ามันเป็นเงินได้ก้อนเดียวกัน ก็คือเป็นเงินได้ที่จัดเก็บไปแล้ว ยังจะให้ผู้เสียภาษีคนหนึ่ง โดยเฉพาะนายทักษิณ มาจ่ายอีกหนึ่ง ไม่ใช่น้อย ๆ แต่เป็น 17,000 ล้านบาท มันอยู่ใน 46,000 ล้านบาท ถ้าไม่ใช่ ให้ทุกคนออกมาปฏิเสธ กระทรวงการคลังออกมาปฏิเสธ”
- นายวิญญัติ กล่าวว่า ศาลได้นัดพิจารณาเรื่องคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวอีกครั้ง โดยจากกำหนดการที่แจ้งต่อคู่ความ ศาลนัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับการคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 16 พ.ย. 2569 เวลา 09.00 น.
- นายวิญญัติ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่ฝ่ายนายทักษิณยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่าทรัพย์สินบางส่วนที่ถูกอายัดนั้นเกี่ยวข้องกับเงินจำนวน ที่เคยถูกนำส่งหรือจัดเก็บเข้าสู่รัฐไปแล้ว โดยอ้างถึงเงินจำนวนประมาณ 46,000
- สิ่งเหล่านี้เป็นทฤษฎีกฎหมายตามกฎหมาย เรื่องผลไม้พิษ ผลไม้ของต้นไม้พิษ ท่านถูกอายัดยึดทรัพย์ ถูกดำเนินคดี ทุกท่านคงทราบดีว่าล้วนมาจากคณะยึดอำนาจ 2 คณะอย่างน้อย คณะที่ถูกแต่งตั้ง บุคคล กลุ่มบุคคลที่มาจากอำนาจดังกล่าว
Summary
นายทักษิณ ยังเบิกความต่ออีกว่า ที่ตนเองต้องมานั่งในศาลตอนนี้ เพราะตนคือผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้ที่เป็นพิษ จากการปฏิวัติรัฐประหารทางการเมือง การซื้อขายหุ้นไม่ได้ทำให้รัฐเสียหาย แต่ในขณะนั้นตนอยู่ต่างประเทศ เมื่อมีคำพิพากษามาก็เคารพคำพิพากษา การได้มาซึ่งคำพิพากษาเกิดจากผลไม้เต็มถาดยื่นไปให้ศาล การดำเนินการของสรรพากร ไม่ชอบโดยยกตัวอย่างว่า ให้กระทรวงการคลังเป็นพ่อและกรมสรรพากรเป็นลูก ตัวเองมีหนี้ ซึ่งให้เงินทั้งหมดกับคนเป็นพ่อไปแล้ว แต่พ่อไม่คุยกับลูก ทำให้ลูกมาทวงกับตนอีก
นายทักษิณ ขึ้นเป็นพยานเบิกความเองว่า มีทรัพย์ที่ถูกยึดอายัดไปอย่างมีรถยนต์ 5 คัน แตมี 2 คัน ที่เป็นรถยนต์ที่สั่งทำพิเศษ มีกระจกกันกระสุน เนื่องจากระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเคยถูกลอบสังหารหลายครั้ง และหลังจากพ้นวาระแล้วก็ยังมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีใครมาปองร้ายหรือไม่ หากถูกยึดไปก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิต และก็จะต้องสั่งทำใหม่ โดยใช้เวลานาน
นายวิญญัติ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นมาตรการที่อธิบดีกรมสรรพากรคนก่อนพยายามดำเนินการ โดยขณะนี้อธิบดีอาจมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว และมีแนวทางว่าหากไม่ชำระหนี้ก็อาจดำเนินการฟ้องล้มละลายในอนาคต อย่างไรก็ตาม กระบวนการฟ้องล้มละลายยังมีประเด็นที่ฝ่ายตนโต้แย้งกันอยู่ว่า ยังมีหนี้ภาษีอยู่จริงหรือไม่ และมีหนี้ที่ค้างชำระอยู่หรือไม่ จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรชะลอไว้ก่อน และยังมีเวลาในการดำเนินการตามกระบวนการ