Ban Muang
“สุชาติ” หนุนสอบครูส่วนกลาง ยกเลิกสัมภาษณ์ ชี้ประตูเข้าวิชาชีพต้องโปร่งใส “ไม่ต้องมีเงิน ไม่ต้องมีเส้น”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในประเด็นการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นครู โดยสนับสนุนแนวทางที่วุฒิสภาแก้ไขมาตรา 6/2 ซึ่งเกี่ยว
Key facts
- ศ.ดร.สุชาติกล่าวว่า “ประตูเข้าของระบบครู”
- ศ.ดร.สุชาติยังกล่าวถึงกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับเงินเพื่อช่วยให้สอบบรรจุครูว่า ที่ผ่านมามีข่าวลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง โดยอ้างถึงรายงานของ Thai PBS ที่เคยนำเสนอกรณีผู้สมัครถูกเสนอให้จ่ายเงินตั้งแต่ 350,000-700,000 บาท
- การสอบสัมภาษณ์เป็นการเปิดให้บุคคลใช้ดุลพินิจ และถ้ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ก็จะไปเรียกร้องทรัพย์สินเงินทองจากผู้เข้าสอบ”
- พร้อมเสนอหลักการ 3 ประการ ได้แก่ ให้ส่วนกลางเป็นผู้จัดสอบ ใช้ข้อสอบภาค ก. และภาค ข. เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และยกเลิกการสอบสัมภาษณ์รวมถึงการให้คะแนนจากดุลพินิจของบุคคล
Summary
ศ.ดร.สุชาติกล่าวว่า “ประตูเข้าของระบบครู” ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากกระบวนการคัดเลือกครูขาดความโปร่งใส ก็ยากที่จะคาดหวังให้ระบบการศึกษาทั้งระบบมีความโปร่งใส โดยหลักการสำคัญคือ ผู้ที่จะได้รับการบรรจุเป็นครู ค.ศ.1 ควรได้รับตำแหน่งจากความรู้และความสามารถของตนเอง ไม่ใช่จากการรู้จักบุคคลใด มีเส้นสาย หรือใช้ทรัพย์สินเงินทองแลกกับตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในประเด็นการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นครู โดยสนับสนุนแนวทางที่วุฒิสภาแก้ไขมาตรา 6/2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรา 47 และเสนอให้การสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยอยู่ภายใต้การจัดการของส่วนกลาง เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศและลดช่องโหว่การใช้ดุลพินิจ
ประเด็นสำคัญที่ ศ.ดร.สุชาติเสนอคือ ให้ใช้เฉพาะการสอบภาค ก. และภาค ข. และยกเลิกการสอบสัมภาษณ์ในภาค ค. โดยเห็นว่าการสอบสัมภาษณ์เปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลพินิจของบุคคล และหากระบบควบคุมไม่ดี อาจนำไปสู่การฝากฝัง วิ่งเต้น หรือเรียกรับผลประโยชน์จากผู้สมัคร