Nation TV
ดร.นพดล อินนา ผงาดนั่งประธานวิทยาศาสตร์ IPU มติเอกฉันท์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สมาชิกรัฐสภาไทย 'ดร.นพดล อินนา' สร้างชื่อบนเวทีโลก ได้รับมติเอกฉันท์นั่งประธานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี IPU พร้อมดันจริยธรรม AI และการทูตวิทยาศาสตร์
Key facts
- 7 ตุลาคม 2569 ผศ.ดร.นพดล อินนา สมาชิกรัฐสภาไทย สร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศ หลังได้รับมติเอกฉันท์จาก 183 ประเทศสมาชิก ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี IPU ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 153 ณ เมืองอารูชา
- ทำหน้าที่ประธานการประชุมกลุ่มประเทศอาเซียนบวกสาม ในการประชุมสมัชชาใหญ่ IPU ครั้งที่ 152 ณ กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี (เมษายน 2559)
- ศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ปี 2544) และศิษย์เก่าดีเด่นด้านกิจการระหว่างประเทศ สมาคมศิษย์เก่า AIT (ปี 2559) ศิษย์เก่าดีเด่น สาขาพัฒนาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ปี 2559)
- ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการคนแรกของสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) โดยร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเจรจาขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 800 ล้านเยนจาก Keidanren ประเทศญี่ปุ่น
- ด้านการเมืองและงานการเมือง (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2544)
- ตำแหน่งหลัก: สมาชิกวุฒิสภา (วาระ พ.ศ. 2567–2572)
Summary
ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยและรัฐสภาไทยอีกครั้ง เมื่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อินนา สมาชิกรัฐสภาไทย ได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมสหภาพรัฐสภา (IPU) ครั้งที่ 153 ซึ่งมีสมาชิกรวม 183 ประเทศ ลงมติเอกฉันท์เลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหภาพรัฐสภา (IPU) ณ เมืองอารูชา ประเทศแทนซาเนีย ถือเป็นตำแหน่งสูงสุดที่สมาชิกรัฐสภาไทยเคยได้รับในด้านนี้
การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีวาระสำคัญคือ การรับรองร่างภาคผนวกจริยธรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นร่างที่เสนอโดย ดร.นพดล จนได้รับการรับรองจากที่ประชุม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวโน้มการใช้ AI ในรัฐสภา และโครงการสำคัญอย่าง "Water for peace" (สายน้ำแห่งความสงบ) เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันสร้างความสมานฉันท์ในภูมิภาคต่างๆ
หลังได้รับตำแหน่ง ดร.นพดล เปิดเผยด้วยความภาคภูมิใจว่า ตำแหน่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลเท่านั้น แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนา ที่เวทีโลกให้การยอมรับ และมีมติแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ประธานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหภาพรัฐสภา หรือ IPU พร้อมประกาศเตรียมผลักดันการใช้การทูตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Diplomacy) เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีระหว่างชาติร่ำรวยและยากจน