← Back to KHAO

ทนายเมย์ ฝากสภาฯ ฟังเสียงปชช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.เลิกคำสั่ง ฉ.41 ไมใช่ลบอดีต แต่เพื่ออนาคต

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.

2 แหล่งข่าวยืนยัน

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานรำลึก 50 ปี 6 ตุลา 2519 โดยเมื่อเวลา 19.00 น. เข้าสู่กิจกรรม ‘ทบทวนมรดก 6 ตุลา บอกลาคำสั่งคณะรัฐประหาร’ ร่วมส่งท้ายแคมเปญ ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา’ ทบทวนผลพวงจากการรัฐประหารและการแก้ไขกฎหมาย ที่แม้เวลาล่วงผ่านถึง 50 ปี แต่ยังคงส่งผลต่อสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

Key facts

Summary

“พวกเขาไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะตั้งชื่ออย่างรุนแรงเหมือนคณะรัฐประหารในอดีต ว่าคณะปฎิวัติ เหมือนจอมพลถนอม กิตติขจร และ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่เลือกใช้คำที่สวยหรู แต่ผลงานความเลวร้ายของการรัฐประหาร ในครั้งนั้นไม่ได้มีเพียงการยึดอำนาจจากรัฐบาล และทำให้ประเทศไปสู่ระบอบเผด็จการ แต่คณะรัฐประหารชุดนี้ยังออก คำสั่งถึง 47 ฉบับ ในระยะเวลาร่วม 16 วัน ซึ่งหนึ่งใน 47 ฉบับ ยังมีผลใช้บังคับอยู่จนถึงปัจจุบัน คือคำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41″น.ส.บุณยนุช กล่าว

น.ส.บุณยนุช กล่าวต่อว่า คำสั่งฉบับนี้ มีการ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มอัตราโทษ ในความผิด 12 มาตรา หนึ่งในนั้นคือมาตรา 112 และมาตรา 326 ความผิดฐานหมิ่นประมาท รวมถึงมาตราอื่นๆที่ เกี่ยวกับการใช้เสรีภาพ ในการแสดงออก และมีบทลงโทษของการพูดถึง บุคคลบางคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ในตอนสุดท้าย น.ส.พูนสุข กล่าวว่า เราทำแคมเปญนี้ไม่ใช่เพื่อการย้อนกลับ แต่เราทำสิ่งนี้เพื่อการกำหนดอนาคตในวันข้างหน้า เราต้องการอนาคตที่ดีกว่าเราต้องการอนาคตที่มีเสรีภาพในการพูดมากยิ่งขึ้น และเราต้องการความมั่นคงปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น