Prachachat
น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Key facts
- น้ำท่วมใหญ่ 2569 ยืดเยื้ออีก 2 ปี ทุบซ้ำพิษเศรษฐกิจโลก-สงครามการค้า-ปัญหาตะวันออกกลาง เวิลด์แบงก์ประเมินเอลนีโญ เพิ่มปัจจัยลบ-เสี่ยงกดดันรุนแรงยาวถึงปี 2570 คาดเสียหาย 6.2 หมื่นล้าน หุ้นช็อกเทขายระยะสั้น “ทีดีอาร์ไอ”
- สวนสยามเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่รอบ 46 ปี ต้องรอแบงก์สนับสนุนสินเชื่อ เพื่อฟื้นฟู ถ้าไม่ได้คงต้องปิดตลอดกาล ตอนนี้รายได้เราหายไป 50-60% จากเดิมเคยได้ปีละ 300 กว่าล้านบาท เหลือ 100 ล้านบาท มีผู้เข้าชมปีละ 6-7 แสนคน จากเดิมเคยแตะ 1 ล้านกว่าคน
- ในรายงานการอัพเดตเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เผยแพร่เมื่อ 6 ตุลาคม 2569 กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ศึกษาวิเคราะห์ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจระยะใกล้ของภูมิภาค และบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประเมินว่าอาจมีโรงงานได้รับความเสียหาย 180-190 แห่ง มูลค่าราว 1,700-1,800 ล้านบาท”
- นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า จากวิกฤตน้ำท่วมปีนี้ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น คาดว่าจะซบเซายาวถึงปี 2571 และจะเห็นการล้มหายไปของธุรกิจเพิ่มขึ้น เนื่องจากแบงก์ไม่ปล่อยกู้ ขณะที่ยอดขายก็น้อย
- นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569) ได้รับผลกระทบ 55 จังหวัด ได้รับผลกระทบ 4,523 ราย โรงงานอุตสาหกรรม 316 ราย SMEs 4,113 ราย วิสาหกิจชุมชน 94 ราย
Summary
### ขนาดตัวอักษร
นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะต้องมีการเตรียมการ คือเตรียมพร้อมรับมือกับแนวโน้มสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 4-14 ต.ค. ถือเป็นช่วง 10 วันอันตราย ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการอัพเดตสถานการณ์ให้กับประชาชนได้รับทราบและต้องย้ำเตือนกันอีกที
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และแจ้งที่ประชุมว่า หลายสถานการณ์คลี่คลายแล้วและอยู่ในระหว่างเฝ้าระวังสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง
“ขอให้ประกาศไว้ตลอดเวลา อย่าให้การ์ดตก และอย่าให้การสื่อสารขาดตอน ช่วงนี้ภาคใต้จะต้องเร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวให้เรียบร้อย เพราะสถานการณ์ฝนเป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา”