← Back to KHAO

ปิดแคมเปญลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ บอกลาคำสั่งคณะรัฐประหาร

11 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.

2 แหล่งข่าวยืนยัน

ปิดฉาก 15 ปี “สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน” ภารกิจกระจายการถือครองที่ดินยังไม่มีเจ้าภาพถาวร

6 ตุลาคม 2569 ครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ จัดงานเสวนาปิดแคมเปญลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ “ทบทวนมรดก 6 ตุลา บอกลาคำสั่งคณะรัฐประหาร” ที่หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ อันเป็นกิจกรรมสุดท้ายก่อนปิดงานรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ

Key facts

Summary

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มีผลต่อชีวิตเรา คือ คำสั่งฯ ฉบับที่ 41 ทำให้โทษหมิ่นหลายประการมีอัตราโทษเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมาตรา 112 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนตลอดเวลา 50 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ามาตรานี้เป็นเครื่องมือของรัฐในการควบคุมคน เช่น ในการรัฐประหาร 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้คดีมาตรา 112 อยู่ในเขตอำนาจของศาลทหาร หรือจนปัจจุบัน พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ให้คดีการเมืองได้รับนิรโทษกรรมหมด แต่ไม่รวมคดีมาตรา

โดยตั้งแต่ เปิดแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา มีประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 พ.ศ. …. จำนวนทั้งสิ้น 60,162 คน (ข้อมูลเวลา 21:01 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569)

พูนสุขกล่าวด้วยว่า ผลของการแก้ไขกฎหมายในสิ่งที่ทำแคมเปญอยู่นี้ หากสำเร็จ จะทำให้โทษขั้นต่ำของฐานความผิดหมิ่นประมาทลดลง และทำให้โทษขั้นสูงสุดต่ำลงตามมาด้วย ซึ่งโทษก็สัมพันธ์กับสถานการณ์การเมืองด้วย และที่สำคัญคือ คนที่กำลังถูกดำเนินคดีอยู๋ หรือถูกตัดสินแล้ว เราสามารถขอให้ศาลลดโทษต่ำลงได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล สำหรับแคมเปญนี้ มาตรา 112 มีปัญหาในหลากหลายระดับ ทั้งตัวบทและการบังคับใช้ คำถามและข้อวิพากษ์วิจารณ์มีมากมาย แต่แคมเปญนี้โฟกัสที่โทษที่สูงเกินไป