MGR Online
คนอเมริกันหนีน้ำมันแพงแห่ซื้อไฮบริด ส้มหล่นแบรนด์รถเอเชีย ฟอร์ดหวิดเสียตำแหน่งให้เกีย-ฮุนได
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ภาวะน้ำมันแพงทำให้คนอเมริกันจำนวนมากแห่ซื้อรถไฮบริด แต่เนื่องจากตัวเลือกจากบิ๊กทรีมีจำกัด ลูกค้าจึงปันใจไปหาแบรนด์เอเชีย กระแสความนิยมนี้ยังทำให้ฮุนไดและเกียเกือบชิงตำแหน่งบริษัทรถที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 3 ในอเมริกาจากฟอร์ดสำเร็จเป็นครั้งแรก วันพฤหัส
Key facts
- วันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (1 ต.ค.) ฮุนไดและเกียจากเกาหลีใต้รายงานว่า ยอดขายรถไฮบริดในอเมริกาประจำไตรมาส 3 พุ่งขึ้น 39% และ 152% ตามลำดับ เช่นเดียวกับค่ายรถญี่ปุ่นอย่างโตโยต้าและฮอนด้าที่มียอดขายรถไฮบริดในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้น 29% และ 21%
- วันศุกร์ (2 ต.ค.) เทสลา ผู้ผลิตอีวีใหญ่สุดในอเมริกา รายงานว่า ยอดขายไตรมาส 3 ขยับลง 2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ข้อมูลของค็อกซ์ ออโตโมทีฟระบุว่า ยอดจัดส่งอีวีในอเมริกาในไตรมาส 2 รูดลง 20.5% หลังจากร่วงลง 27% ในไตรมาสแรก และ 36%
- ฟอร์ดมีรถกระบะขนาดกลางแบบไฮบริดแค่รุ่นเดียวคือ Maverick และยุติการผลิตเอสยูวี Escape เวอร์ชันไฮบริดไปแล้ว ขณะที่ยอดขายเอสยูวีรุ่นนี้ทุกเวอร์ชันลดลงถึง 85% ในไตรมาส 3
- ยอดขายที่พุ่งทะยานจากความนิยมที่มีต่อรถไฮบริดทำให้ค่ายรถเกาหลีใต้เกือบแซงฟอร์ดสำเร็จในตารางยอดขายในอเมริกาเป็นครั้งแรก โดยไตรมาสที่ผ่านมา ฮุนไดและเกียมียอดขายรวมกัน 506,200 คัน เพิ่มขึ้น 5.4% จากปีก่อน ขณะที่ฟอร์ด
- ฟอร์ดเสียตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ในตลาดอเมริกาให้โตโยต้าตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ดำเนินมาหลายสิบปีที่ผู้บริโภคอเมริกันค่อย ๆ ถอยห่างจากบิ๊กทรี และหันไปซื้อรถจากผู้ผลิตในเอเชียมากขึ้น
- ดรูรีสำทับว่า สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้บิ๊กทรีสูญเสียโมเมนตัมทางการตลาดอย่างมหาศาล และการดึงลูกค้ากลับมาเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำได้ยากที่สุด
Summary
ภาวะน้ำมันแพงทำให้คนอเมริกันจำนวนมากแห่ซื้อรถไฮบริด แต่เนื่องจากตัวเลือกจากบิ๊กทรีมีจำกัด ลูกค้าจึงปันใจไปหาแบรนด์เอเชีย กระแสความนิยมนี้ยังทำให้ฮุนไดและเกียเกือบชิงตำแหน่งบริษัทรถที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 3 ในอเมริกาจากฟอร์ดสำเร็จเป็นครั้งแรก วันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (1 ต.ค.) ฮุนไดและเกียจากเกาหลีใต้รายงานว่า ยอดขายรถไฮบริดในอเมริกาประจำไตรมาส 3 พุ่งขึ้น 39% และ 152% ตามลำดับ เช่นเดียวกับค่ายรถญี่ปุ่นอย่างโตโยต้าและฮอนด้าที่มียอดขายรถไฮบริดในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้น 29% และ 21%