Kaohoon
CLSA เชียร์ SCC เป้า 280 บาท ลุ้นปิด JV ร่วม PTTGC ต.ค.นี้-LSP เดินเครื่องกลางปี 70
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า CLSA ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 6 ต.ค.69 มีมุมมองเชิงบวกต่อ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ภายหลังจัดประชุมกลุ่มกับผู้บริหาร SCC โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือจัดตั้งกิจการร่วมค้า หรือ JV กับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รวมถึงแนวโน้มธุรกิจปิโตรเคมี โครงการ Long Son Petrochemicals หรือ LSP และทิศทางการลงทุนในอนาคต
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า CLSA ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 6 ต.ค.69 มีมุมมองเชิงบวกต่อ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ภายหลังจัดประชุมกลุ่มกับผู้บริหาร SCC โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือจัดตั้งกิจการร่วมค้า หรือ JV กับ บริษัท
- ด้านประมาณการผลประกอบการ CLSA คาดว่า SCC จะมีกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 23,238 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็น 25,220 ล้านบาทในปี 2570 และ 28,047 ล้านบาทในปี 2571 ขณะที่รายได้ปี 2569 คาดอยู่ที่ประมาณ 602,425 ล้านบาท
- ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าเกือบ 70% และคาดว่าจะแล้วเสร็จราว กลางปี 2570 เร็วกว่ากำหนดเดิมประมาณ 1 ไตรมาส ขณะที่ SCC วางแผนกลับมาเดินเครื่อง LSP ในช่วงเวลาเดียวกับที่โครงการวัตถุดิบอีเทนแล้วเสร็จ
- CLSA ระบุว่า แม้ฝ่ายบริหารยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของ JV กับ PTTGC ได้ในขณะนี้ แต่ประเมินว่าความร่วมมือดังกล่าวจะสร้าง Synergy ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะการเพิ่มความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ
- CLSA ยังประเมินว่า SCC กำลังเปลี่ยนผ่านจากภาวะหนี้สูงในช่วง 2 ปีก่อน ไปสู่ช่วงที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งมากขึ้น โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2571 จากแรงหนุนของ JV และโครงการอีเทน ซึ่งจะช่วยให้ฐานะทางการเงินของกลุ่มปรับตัวดีขึ้น
Summary
สำหรับโครงการปรับเปลี่ยนวัตถุดิบเป็น อีเทนของ LSP ฝ่ายบริหารระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาอีเทนอย่างมีนัยสำคัญ และยังมั่นใจในความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ โดยคาดว่าจะสร้างกำไรได้ประมาณ 250-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ทั้งนี้ การจัดตั้ง JV ดังกล่าวมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน สิ้นเดือน ต.ค.2569 โดย SCC จะถือหุ้นในสัดส่วนต่ำกว่า PTTGC แต่ฝ่ายบริหารมองว่า JV จะยังสามารถแข่งขันได้ดี ขณะที่ภาวะอุปสงค์และอุปทานของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หลังความเสียหายต่อกำลังการผลิตในตะวันออกกลาง รวมถึงการชะลอหรือเลื่อนโครงการใหม่บางส่วน ซึ่งอาจช่วยจำกัดปริมาณอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดในระยะต่อไป
ทั้งนี้ CLSA ยังคงคำแนะนำ “Outperform” สำหรับ SCC พร้อมราคาเป้าหมาย 280 บาท เทียบกับราคาหุ้น ณ วันที่ 6 ต.ค.2569 ที่ 250 บาท คิดเป็นอัพไซด์ประมาณ 12%