Nation TV
"ปธ.สภาสื่อฯ" มองเกม แก้กฎหมายริบ "ภาษีบาป" หวั่นเป้าใหญ่คุม "ไทยพีบีเอส"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"ชวรงค์" ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ อ่านเกมรัฐบาล แก้กฎหมายริบ "ภาษีบาป" หวั่นเป้าใหญ่คุม "ไทยพีบีเอส" ทำลายหลักประกันความอิสระสื่อสาธารณะ ชี้รัฐจัดสรรงบใหม่ ส่งผลกองทุนตระกูลส. ได้ต่ำกว่าเดิมแน่นอน
Key facts
- 6 ตุลาคม 2569 นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลกำลังผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกการนำเงินภาษีสรรพสามิตสินค้าสิ่งมอมเมาและยาสูบ หรือ "ภาษีบาป"
- นายชวรงค์ ระบุว่า เรื่องนี้ต้องแยกแยะประเด็นที่รัฐบาลยกเหตุผลเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังขึ้นมาอ้าง โดยต้องพิจารณาว่ารายได้จากภาษีบาปของทั้ง 4 กองทุนมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด ซึ่งกองทุนอย่าง สสส. กองทุนพัฒนากีฬา และกองทุนผู้สูงอายุ
- ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ย้ำว่า จุดยืนขององค์กรวิชาชีพสื่อเห็นตรงกันว่า สื่อสาธารณะมีความจำเป็นในสังคมไทย และต้องมีความเป็นอิสระจากการเมืองและธุรกิจโดยปราศจากการแทรกแซง ซึ่งรายได้จากภาษีบาปถือเป็นหลักประกันความอิสระทางการเงินที่สำคัญ
- หากเปลี่ยนไปใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน รายได้ขององค์กรเหล่านี้จะลดลงกว่าเดิมแน่นอน เพราะที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าเงินงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้แต่ละองค์กรมักถูกตัดลดเป็นจำนวนมาก เงินกองทุนของไทยพีบีเอสคงยากที่จะได้เท่าเดิม
Summary
นายชวรงค์ ระบุว่า เรื่องนี้ต้องแยกแยะประเด็นที่รัฐบาลยกเหตุผลเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังขึ้นมาอ้าง โดยต้องพิจารณาว่ารายได้จากภาษีบาปของทั้ง 4 กองทุนมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด ซึ่งกองทุนอย่าง สสส. กองทุนพัฒนากีฬา และกองทุนผู้สูงอายุ นั้น โดยโครงสร้างกฎหมายมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอยู่แล้ว รัฐบาลจึงสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือดูแลเรื่องการเงินได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
6 ตุลาคม 2569 นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลกำลังผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกการนำเงินภาษีสรรพสามิตสินค้าสิ่งมอมเมาและยาสูบ หรือ "ภาษีบาป" เข้าสนับสนุน 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุน สสส., กองทุนพัฒนากีฬา, กองทุนผู้สูงอายุ และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยจะเปลี่ยนมารับการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินปกติแทน
อย่างไรก็ตาม นายชวรงค์ มองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้อาจอยู่ที่ "ไทยพีบีเอส" เนื่องจากเป็นองค์กรเดียวในบรรดาองค์กรที่ใช้เงินภาษีบาป ที่รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงได้ เพราะมีกฎหมายเฉพาะและมีคณะกรรมการนโยบายที่มีที่มาอย่างอิสระ การเปลี่ยนแปลงที่มารายได้ในครั้งนี้จึงทำให้สังคมคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากการที่รัฐบาลพยายามเข้ามาควบคุมไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะที่รัฐคุมไม่ได้ในปัจจุบัน