Thai Post
‘นักรัฐศาสตร์’ ให้เครดิต ‘สมศักดิ์ เจียมฯ’ ไม่มองเหตุการณ์6 ตุลาฯแบบเราเท่านั้นเป็นฝ่ายถูก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
'อ.เพิ่มศ้กดิ์' เห็นดัวยกับการมองประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นวิทยาศาสตร์ แต่เป็นงานวรรณกรรมที่เจือไปด้วยอคติของนักประวัติศาสตร์ และเห็นแนวโน้มที่ดีที่สังคมไทยไม่ได้ถกเถียงกันแบบต่างคนต่างถูกเสมอไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง 6 ตุลาฯ ต้องให้เครดิต อ.สมศักดิ์ เจียมฯ ในฐานะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
Key facts
- 7ต.ค.2569 - ผศ.ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมแชร์ข้อความของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า
- 'อ.เพิ่มศ้กดิ์' เห็นดัวยกับการมองประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นวิทยาศาสตร์ แต่เป็นงานวรรณกรรมที่เจือไปด้วยอคติของนักประวัติศาสตร์ และเห็นแนวโน้มที่ดีที่สังคมไทยไม่ได้ถกเถียงกันแบบต่างคนต่างถูกเสมอไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง 6 ตุลาฯ ต้องให้เครดิต
- 'อดีตบิ๊กศรภ.' เล่าเรื่อง บนแผ่นดินรัชกาลที่ 10 การทรงงานของในหลวง แบบ 'ปิดทองหลังพระ'
- 83 ปี พคท. กับบทเรียนของสังคมไทย:สังคมนิยมอัตลักษณ์ไทยทางออกของสังคมไทย
- 'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ลั่น กอ.รมน.คือแกนหลักสู้กับภัยความมั่นคง อย่ายุบ เปิดช่องให้โจรใต้ได้เปรียบ
- 'ดร.นิว' เล่าประสบการณ์ต่อสู้กับ 'สมศักดิ์เจียม' ซัดไม่ใช่วิญญูชน แค่อาชญากรทางวิชาการ
Summary
ผมเห็นว่าปัญหาของการตอกย้ำว่าฝ่ายตัวเองเป็นฝ่ายถูก หรือการพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับคำอธิบายทางประวัติศาสตร์ที่ตัวเองเห็นด้วย ส่วนสำคัญน่าจะมาจากโครงเรื่องทางประวัติศาสตร์แบบโรแมนติค ทั้งประวัติศาสตร์จากฝ่ายอำนาจสถาปนา (establishment) หรือฝ่ายอำนาจนำ ที่อาจเรียกว่าประวัติศาสตร์ของฝ่ายผู้ชนะ ฝ่ายอนุรักษนิยม หรือชาตินิยม ฝ่ายขวา ฯลฯ และประวัติศาสตร์จากฝ่ายต่อต้านอำนาจสถาปนา (anti-establishment) หรือประวัติศาสตร์ของผู้แพ้ ในบริบทไทยอาจจะเรียกว่าฝ่ายซ้าย เสรีนิยม สังคมนิยม ฯลฯ
ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ปัจจุบันลี้ภัยที่ประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
หากเปิดพื้นที่ให้กับโครงเรื่องแบบอื่น ๆ มารำลึกและอธิบายเหตุการณ์ 6 ตุลา ไม่ว่าจะแบบเป็นสุขนาฏกรรม ที่เน้นถึงความคลี่คลายและความสามัคคีในตอนท้าย ที่คนจับอาวุธสู้กันแทบตาย แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกันได้