The Standard
สว. กอบ ยื่น ป.ป.ช. สอบปมสำนวนคดี สว. แต่อุบจะร้องใคร ติงนักวิชาการ-สส.-iLaw หยุดชี้นำสังคม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พ.ต.อ. กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยถึงการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. พร้อมทั้งกล่าวติติงนักวิชาการ สส. ตลอดจน โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ( iLaw ) ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะชี้นำสังคมจนเกิดความสับสน โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการทางกฎหมาย
Key facts
- ตั้งข้อสังเกตที่มาอำนาจคณะกรรมการชุดที่ 26
- ปัดวาทกรรม ‘รัฐประหารเงียบ’ ติงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหยุดชี้นำ
- นอกจากนี้ พ.ต.อ. กอบ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ สส. ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบคดี สว. ว่า สส. ต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานทางจริยธรรมเช่นเดียวกัน การนำเรื่องที่ กกต. ยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้นหรือยังมีเพียงแค่มติมาสรุปผลต่อสาธารณะ
- ในช่วงท้าย พ.ต.อ. กอบ ได้ยกตัวอย่างหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 184 ที่กำหนดแนวทางการพิจารณาคดีของผู้พิพากษา ซึ่งต้องยึดเสียงข้างมากเป็นหลัก และหากมีความเห็นแย้งกันจนหาเสียงข้างมากไม่ได้
Summary
สำหรับรายละเอียดว่าในคำร้องมีการกล่าวหาบุคคลใดบ้างนั้น ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการของ ป.ป.ช. แล้วถือเป็นความลับ อย่างไรก็ตาม กกต. ถือเป็นองค์กรอิสระที่อยู่ในขอบเขตซึ่ง ป.ป.ช. สามารถตรวจสอบได้
พ.ต.อ. กอบ กล่าวถึงการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ว่า เป็นการทำหน้าที่เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่การวินิจฉัยล่วงหน้าว่าบุคคลใดกระทำความผิด และขอให้ยึดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
พ.ต.อ. กอบ ได้กล่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการและอดีตผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหลายท่านออกมาวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการเลือก สว. ว่า รัฐธรรมนูญมีไว้เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ไม่ใช่เพื่อใช้ชี้นำว่าฝ่ายใดผิดหรือถูก การใช้คำว่า ‘รัฐประหารเงียบ’ ถือเป็นการกล่าวหาที่เกินเลยและขัดต่อหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข