The Standard
สธ. เผยสถานพยาบาลน้ำท่วมปิดชั่วคราว 55 แห่ง ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ สำรองยา-อาหาร ปรับปรุงการจ่ายไฟ-ให้ออกซิเจน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (6 ตุลาคม) ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า สุขภาพประชาชนมีความสำคัญและมักได้รับผลกระทบช่วงอุทกภัยจากการลุยน้ำหรืออยู่ในศูนย์พักพิงที่แออัด กระทรวงสาธารณสุขได้ให้สถานพยาบาลเปิดให้บริการทุกแห่ง ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานพยาบาลใน 23 จังหวัด จำนวน 157 แห่งที่ได้รับผลกระทบ พบว่าเปิดให้บริการตามปกติ 88 แห่ง ปิดบางส่วน 14 แห่ง และปิดชั่วคราว 55 แห่ง นอกจากนี้ได้จัดบริการทางการแพทย์เชิงรุก
Key facts
- วันนี้ (6 ตุลาคม) ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า สุขภาพประชาชนมีความสำคัญและมักได้รับผลกระทบช่วงอุทกภัยจากการลุยน้ำหรืออยู่ในศูนย์พักพิงที่แออัด
- ดร.นพ.โสภณ กล่าวว่า ภาพรวมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทั้งในศูนย์พักพิงและที่พักอาศัย รวม 88,664 ราย พบว่ามากที่สุดคือผู้สูงอายุ ตามด้วยเด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ซึ่งทั้งหมดได้รับการดูแลจากทีมงานกระทรวงสาธารณสุขที่หมุนเวียนกันไปดูแล
- นอกจากนี้ ยังมีจุดเสี่ยงสำคัญที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตรองจากการพลัดตกจมน้ำ คือการถูกไฟฟ้าช็อต ซึ่งเป็น 1 ใน 4 สาเหตุหลัก ทั้งจากเสาไฟสาธารณะหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายไฟตกในน้ำ และเมื่อเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูที่ประชาชนกลับเข้าบ้านเรือน
- ดร.นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดอุทกภัยระยะต่อไป กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำบัญชีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง
Summary
ดร.นพ.โสภณ กล่าวว่า ภาพรวมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทั้งในศูนย์พักพิงและที่พักอาศัย รวม 88,664 ราย พบว่ามากที่สุดคือผู้สูงอายุ ตามด้วยเด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ซึ่งทั้งหมดได้รับการดูแลจากทีมงานกระทรวงสาธารณสุขที่หมุนเวียนกันไปดูแล ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยฟอกไต 663 ราย ได้จัดบริการให้ได้รับการล้างไตตามกำหนด ยืนยันว่าบริการที่จำเป็นยังมีความต่อเนื่อง ได้รับบริการอย่างถูกต้องและเหมาะสม
ดร.นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดอุทกภัยระยะต่อไป กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำบัญชีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง กำหนดการรับส่งผู้ป่วยที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เฝ้าระวังผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจนที่บ้านและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่อง โดยมีระบบส่งยาเวชภัณฑ์และเยี่ยมผู้ป่วยที่เข้าถึงยาก รวมถึงจัดระบบสุขอนามัย สิ่งแวดล้อม ดูแลสุขภาพจิต สนับสนุนส้วมกระดาษ และฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในศูนย์พักพิงทุกแห่ง
ดร.นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารที่เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะการป้องกันโรคฉี่หนูซึ่งมากับน้ำท่วมขัง ขอให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ ทำความสะอาดและสำรวจบาดแผล หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ตาแดง หรือตัวเหลือง ให้รีบพบแพทย์ รวมถึงป้องกันโรคอุจจาระร่วง โดยรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ล้างมือ และดูแลความสะอาดส้วม