← Back to KHAO

ซุปเปอร์เอลนีโญ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่กระทบเศรษฐกิจไทย

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

โ ลกของเราเผชิญกับภาวะลานีญามาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 จนถึงต้นปี 2569 ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิโดยรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและมีฝนตกชุกกว่าปกติ แต่ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2569 เป็นต้นไป สถานการณ์กลับเปลี่ยนทิศ โดยเริ่มปรับเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิสูงขึ้น และมีแนวโน้มส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 สิ่งที่น่าจับตามองไปกว่านั้นคือภาวะเอลนีโญในครั้งนี้มีโอกาสที่จะอยู่ในระดับรุนแรงมากเมื่อเทียบกับครั้งที่ผ่านมา หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น “ซุปเปอร์เอลนีโญ”

Key facts

Summary

นอกจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นภายใต้อิทธิพลของเอลนีโญในช่วงนี้แล้ว ผลกระทบโดยตรงอีกประการหนึ่งก็คือ “ปริมาณฝน” ที่มีแนวโน้มลดลงไปด้วย โดยวิจัยกรุงศรีประเมินว่า ปริมาณน้ำฝนรวมทั้งปี 2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 10-13% ซึ่งอาจส่งผลให้กักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนได้น้อยลง

วิจัยกรุงศรีประเมินว่าภาวะเอลนีโญรอบนี้อาจมีความรุนแรงแตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ฉากทัศน์ ตามค่าดัชนี Relative Oceanic Nino Index (RONI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดอุณหภูมิผิวน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกแนวเส้นศูนย์สูตรที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะปกติ ดังนี้

นอกจากนี้ ภาวะฝนทิ้งช่วงยังทำให้ระยะเวลาที่สามารถกักเก็บน้ำสั้นลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและเขื่อนขนาดใหญ่มีแนวโน้มลดต่ำลงตามไปด้วย สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ให้ต้องเสี่ยงขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรยาวนานไปถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2570 นอกจากนี้ หากประเมินความเสี่ยงเป็นรายภูมิภาค พบว่าภาคตะวันออกมีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากต้องรองรับความต้องการใช้น้ำที่สูงมากจากทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม

Read full article at Matichon →