Prachachat
จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจพุ่ง 2.95 หมื่นล้าน แต่ยังไม่กระทบเป้า GDP โต 2.2-2.5%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Key facts
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินผลกระทบน้ำท่วมเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569 กรณีฐานทำเศรษฐกิจสูญเสียมูลค่าเพิ่มราว 22,500 ล้านบาท หรือ 0.11% ของ GDP หากคลี่คลายเร็วความเสียหายอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท แต่หากยืดเยื้ออาจเพิ่มเป็น 29,500 ล้านบาท
- เมื่อจำแนกตามภาคเศรษฐกิจ พบว่าความเสียหายจากภาคบริการอยู่ที่ประมาณ 15,016 ล้านบาท คิดเป็น 66.6% ของทั้งหมด ภาคอุตสาหกรรมประมาณ 6,365 ล้านบาท หรือ 28.2% และภาคเกษตรประมาณ 1,159 ล้านบาท หรือ 5.1% โดยพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลมีความเสียหายรวม
- ในด้านภาคเกษตร มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 3 ล้านคน หรือราว 5% ของประชากร ขณะที่พื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบประมาณ 1.66 ล้านไร่ คิดเป็นประมาณ 1.1% ของพื้นที่เกษตรทั้งประเทศ ส่วนภาคอุตสาหกรรมมีนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบเพียง 1
- นายวิเชียรกล่าวว่า กรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงสุด โดยกรณีฐานประเมินความเสียหายประมาณ 13,984 ล้านบาท ในจำนวนนี้กรุงเทพมหานครประมาณ 10,083 ล้านบาท และปริมณฑลประมาณ 3,900 ล้านบาท รองลงมาคือภาคตะวันออกประมาณ 5,965
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจึงยังไม่ได้มีการเปลี่ยนมุมมองการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เราคิดว่า 2.2-2.5% น่าจะเป็นมุมมองที่เรามองว่าเศรษฐกิจขยายตัวประมาณนั้น”
- ด้านนายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมช่วงวันที่ 16 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 พบว่ามีสถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นใน 47 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดย ณ วันที่ 4 ตุลาคม
Summary
### ขนาดตัวอักษร
นายธนวรรธน์กล่าวว่า การประเมินดังกล่าวต้องแยกระหว่างภาพความรู้สึกจากสถานการณ์น้ำท่วมกับข้อเท็จจริงด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากภาพข่าวอาจทำให้เห็นว่าน้ำท่วมมีความรุนแรงในวงกว้าง แต่ข้อมูลแต่ละช่วงมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องตามการระบายน้ำ โดยข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ครอบคลุมสถานการณ์จนถึงวันที่ 4 ตุลาคม
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินผลกระทบน้ำท่วมเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569 กรณีฐานทำเศรษฐกิจสูญเสียมูลค่าเพิ่มราว 22,500 ล้านบาท หรือ 0.11% ของ GDP หากคลี่คลายเร็วความเสียหายอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท แต่หากยืดเยื้ออาจเพิ่มเป็น 29,500 ล้านบาท โดยภาคบริการรับผลกระทบหนักสุดราว 15,000 ล้านบาท ขณะที่ “ธนวรรธน์” ย้ำยังไม่ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ คงกรอบเติบโต 2.2-2.5% ก่อน “วิเชียร” แจกแจงพื้นที่เสี่ยง-ภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ กรณีฐานประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมใน 31 พื้นที่อยู่ที่ประมาณ 22,500 ล้านบาท หรือ 0.11% ของ GDP ภายใต้สมมุติฐานว่าสถานการณ์ต่อเนื่องประมาณ 14 วัน ช่วงวันที่ 25 กันยายน-8 ตุลาคม 2569 หากสถานการณ์คลี่คลายเร็วกว่ากรณีฐาน ความเสียหายจะลดลงเหลือประมาณ 17,000 ล้านบาท หรือ 0.09% ของ GDP แต่หากน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจเพิ่มเป็นประมาณ 29,500 ล้านบาท หรือ 0.15% ของ GDP