Prachachat
UPOV 1991 โครงการหลวงหมอกจ๋ามมอง ดี-ไม่ดี ขึ้นกับชนิดพืช
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Key facts
- หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ให้ความเห็นต่อกรณี UPOV 1991 หรือ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ว่าดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับชนิดพืช
- นายอรรณพ เปรมัษเจียร หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม แสดงความเห็นต่อกรณีการเข้าร่วม UPOV 1991 กับประชาชาติธุรกิจ โดยระบุว่า มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับชนิดพืชและบริบทของพื้นที่
- ถ้าชาวบ้านได้เมล็ดมาจากส่วนที่ตัวเองปลูก ก็สามารถปลูกต่อได้เลย เพราะหน่วยงานเป็นผู้จัดหาให้ ซึ่งก็คล้ายกึ่งควบคุมเหมือนที่จะทำ แต่ของตนมีแผนตลาดและแผนลูกค้ารออยู่แล้ว จึงพยายามให้พอดีกับปริมาณความต้องการของตลาดโครงการหลวงในแต่ละพืช
- ตนมองว่ามีทั้งข้อดีและไม่ดี ต้องดูว่าเป็นพืชของแต่ละท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วหรือไม่ เช่น เมล็ดข้าว หากมีพันธุ์ในพื้นที่อยู่แล้ว ถ้ามีการควบคุม ชาวบ้านอาจเก็บเมล็ดไปปลูกต่อไม่ได้หรือถูกจำกัด ทำให้ต้องซื้อเมล็ดใหม่
Summary
### ขนาดตัวอักษร
ตนมองว่ามีทั้งข้อดีและไม่ดี ต้องดูว่าเป็นพืชของแต่ละท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วหรือไม่ เช่น เมล็ดข้าว หากมีพันธุ์ในพื้นที่อยู่แล้ว ถ้ามีการควบคุม ชาวบ้านอาจเก็บเมล็ดไปปลูกต่อไม่ได้หรือถูกจำกัด ทำให้ต้องซื้อเมล็ดใหม่
หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ให้ความเห็นต่อกรณี UPOV 1991 หรือ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ว่าดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับชนิดพืช
“ถ้ามีการควบคุม ก็อาจเป็นข้อจำกัดบางส่วน พืชบางอย่างหากควบคุมก็น่าจะดี แต่บางอย่างที่เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านซึ่งทำกันอยู่แล้ว ก็อาจไม่ต้องควบคุมก็ได้”