Kaohoon
PwC ปักหมุด “ไทย” ฮับลงทุนบทใหม่ รับคลื่น AI–EV–พลังงาน ดันประตูสู่อาเซียน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายภูวิณ หน่อชูเวช หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการประจำอาณาเขตและหุ้นส่วนสายงานดีลส์ บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า เรื่องราวการลงทุนของไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ โดยความได้เปรียบของประเทศไม่ได้อยู่ที่ภาคธุรกิจใดภาคหนึ่ง แต่อยู่ที่การผสานขนาดตลาด ความแข็งแกร่งของฐานอุตสาหกรรม และความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้น ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานกระจายตัว และ AI กับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกำลังปรับโฉมเศรษฐกิจโลก
Key facts
- ยานยนต์: ไทยเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลิตรถยนต์ขนาดเล็กราว 1.5 ล้านคันในปี 2568 และกำลังสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (electric vehicle: EV) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดย EV คิดเป็น 53%
- นอกจากนี้ ไทยยังเป็นประตูเชิงยุทธศาสตร์สู่อาเซียน ซึ่งมีประชากรราว 700 ล้านคน และมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมประมาณ 4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 141.3 ล้านล้านบาท)
- การลงทุนจากบริษัทต่างชาติในช่วงที่ผ่านมายังแสดงให้เห็นว่าแรงส่งดังกล่าวกำลังเปลี่ยนเป็นกำลังการผลิตในภาคการเติบโตใหม่ของไทย ได้แก่ แผนลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.6 พันล้านบาท) ของ Google ในโครงการ Bangkok Cloud Region
- นายภูวิณ หน่อชูเวช หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการประจำอาณาเขตและหุ้นส่วนสายงานดีลส์ บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า เรื่องราวการลงทุนของไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ โดยความได้เปรียบของประเทศไม่ได้อยู่ที่ภาคธุรกิจใดภาคหนึ่ง แต่อยู่ที่การผสานขนาดตลาด
- การคว้าโอกาสนี้จำเป็นต้องเชื่อมโยง AI การกระจายห่วงโซ่อุปทาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เข้ากับขีดความสามารถ โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรที่มีทักษะ เพื่อเปลี่ยนแรงส่งด้านการลงทุนให้เป็นคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว”
- ด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4–5% โดยเฉลี่ยต่อปี อาเซียนถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของโลกและมีศักยภาพด้านอุปสงค์ในระยะยาว ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางภูมิภาค ความเชื่อมโยงทางการค้า และเครือข่ายคมนาคมของไทย
Summary
ด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4–5% โดยเฉลี่ยต่อปี อาเซียนถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของโลกและมีศักยภาพด้านอุปสงค์ในระยะยาว ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางภูมิภาค ความเชื่อมโยงทางการค้า และเครือข่ายคมนาคมของไทย จึงช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงโอกาสเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การคว้าโอกาสนี้จำเป็นต้องเชื่อมโยง AI การกระจายห่วงโซ่อุปทาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เข้ากับขีดความสามารถ โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรที่มีทักษะ เพื่อเปลี่ยนแรงส่งด้านการลงทุนให้เป็นคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว” นายภูวิณ กล่าว
รายงานระบุว่า ความสามารถในการแข่งขันของไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาคธุรกิจใดเพียงภาคเดียว แต่เกิดจากจุดแข็งหลายด้าน ได้แก่ ตลาดภายในประเทศที่มีประชากร 71.7 ล้านคน ระบบนิเวศการผลิตยานยนต์ที่แข็งแกร่ง การเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ และความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สุขภาพ และอาหาร เมื่อผสานกัน จุดแข็งเหล่านี้สร้างโอกาสที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น ให้นักลงทุนต่อยอดการเติบโตได้หลายทางภายในตลาดเดียว