Thansettakij
'เอกนิติ' กางยุทธศาสตร์ 'สติ' พลิกวิกฤตโลกไร้กติกา โชว์ดึงลงทุนโต 40%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
‘เอกนิติ’ กางยุทธศาสตร์ ‘สติ’ พลิกวิกฤตโลกไร้กติกา เน้นรักษาเสถียรภาพการคลัง เปลี่ยนผ่านพลังงาน เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อัพสกีลแรงงาน
Key facts
- ประเทศไทยซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงเกือบ 10% ของ GDP ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จนส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในไตรมาสที่ 2 พลิกจากที่เคยเกินดุลมาโดยตลอดหลังวิกฤตปี 2540 กลายเป็นการขาดดุลสูงถึง 600,000 ล้านบาท
- วิกฤตพลังงาน ฟอสซิลแพง สะเทือนดุลบัญชีเดินสะพัด
- ว่า หากย้อนมองอดีตช่วงปี พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) เศรษฐกิจโลกถูกกำหนดโดย 3 มหาอำนาจหลัก คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งครองสัดส่วน GDP รวมกันกว่า 50–60% ของโลก
- ในยุคนั้นสหรัฐฯ และยุโรปเผชิญการขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นอย่างหนัก จึงร่วมกันบีบญี่ปุ่นผ่านข้อตกลงพลาซา (Plaza Accord) บังคับให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นจาก 200 กว่าเยนต่อดอลลาร์ เหลือเพียง 100 กว่าเยนต่อดอลลาร์ในเวลาอันรวดเร็ว
- ซึ่งคิดเป็น 50% ของการผลิตทั่วโลก ถูกทำลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นและจะไม่กลับมาถูกลงได้ง่าย
Summary
ชี้ว่าจุดยืนที่เป็นกลางและความปลอดภัยของไทย ส่งผลให้ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เติบโตเกือบ 40% ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง
ยุทธศาสตร์ 'สติ' ประกอบด้วย 3 แกนหลัก คือ S-สร้างเสถียรภาพปัจจุบัน, T-เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด, และ I-ลงทุนเพื่ออนาคตในโครงสร้างพื้นฐานและทักษะแรงงาน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "เหลียวหลังแลหน้า วาดอนาคตประเทศไทยในโลกไร้กติกา" ว่า หากย้อนมองอดีตช่วงปี พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) เศรษฐกิจโลกถูกกำหนดโดย 3 มหาอำนาจหลัก คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งครองสัดส่วน GDP รวมกันกว่า 50–60% ของโลก