Krungthep Turakij
Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 5 October 2026
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวน จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครน ท่ามกลางการฟื้นตัวของการส่งออกน้ำมัน
Key facts
- หลังจากปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือน ก.ย. 69 โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขนถ่ายน้ำมันระหว่างเรือ (Ship-to-Ship Transfer) ทั้งนี้ การส่งออกน้ำมันดิบคิดเป็นเกือบ 90%
- รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (2 - 8 ต.ค. 69)
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 3.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 91.54 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.98 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 103.61 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
- ตลาดจับตาการส่งออกน้ำมันดิบจากรัสเซีย หลังจากการส่งออกน้ำมันดิบจากรัสเซียในเดือน ก.ย. 69 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลติดตามการขนส่งของ Bloomberg ระบุว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของรัสเซียเฉลี่ยในเดือน ก.ย. 69 สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ก.ย.
- ธนาคาร Goldman Sachs ประเมินว่าการส่งออกน้ำมันจากอ่าวอาหรับ ซึ่งรวมถึงการส่งออกผ่านเรือที่ปิดสัญญาณติดตามตำแหน่ง (Dark Exports) ฟื้นตัวสู่ระดับ 23.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
- นอกจากนี้ ตลาดยังคงกังวลต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังรายงานจาก United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 69 ระบุว่า เรือ 3 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบ 1 ลำ ถูกโจมตีในพื้นที่
Summary
ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ เตรียมเสริมกำลังทหารและส่งสัญญาณอาจยกระดับปฏิบัติการต่ออิหร่าน ขณะที่ ข้อเสนอหยุดยิงของอิหร่านถูกปฏิเสธ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน
ด้านความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงตึงเครียด เนื่องจากรัสเซียเตือนพร้อมตอบโต้ทางทหารหากถูกโจมตีบริเวณแคว้นคาลินินกราด อย่างไรก็ตาม ตลาดจับตาการส่งออกน้ำมันดิบของรัสเซียที่เพิ่มขึ้น หลังจากการโจมตีโรงกลั่นจำกัดความสามารถในการแปรรูปน้ำมันดิบ
• สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงตึงเครียด เนื่องจากสหรัฐฯ เตรียมส่งกำลังพลราว 9,000 นาย พร้อมกองเรือรบเพิ่มเติมเข้าประจำการในตะวันออกกลาง โดยการเสริมกำลังดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ อาจดำเนินการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมในอนาคต และอาจยกระดับปฏิบัติการทางทหารภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะจัดขึ้นในเดือน พ.ย. 69