Prachatai
‘ลบมรดกรัฐประหาร’ 6 ตุลา แคมเปญลุ้นช่วยนักโทษคดี ม.112 หลังไม่ถูกรวมในนิรโทษกรรม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
“คำสั่งที่ 41 ไม่ใช่การเพิ่มโทษทางอาญาธรรมดาๆ แต่เป็นกระบวนการที่สำคัญในการฟื้นสถานะรัฐก่อนปี 2475 และสถาปนาอภิสิทธิ์ทางกฎหมาย นี่คือมรดกบาปที่สำคัญของ 6 ตุลา”
Key facts
- การนิรโทษกรรมลบล้างความผิดให้กับผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ
- คำสั่งที่ 41 ไม่ใช่การเพิ่มโทษทางอาญาธรรมดาๆ แต่เป็นกระบวนการที่สำคัญในการฟื้นสถานะรัฐก่อนปี 2475 และสถาปนาอภิสิทธิ์ทางกฎหมาย นี่คือมรดกบาปที่สำคัญของ 6 ตุลา”
- ม.112 อาวุธทางการเมืองที่ “มวลชนชง รัฐตบ”
- อะไรคือ ‘มรดกบาป’ หลัง “รัฐประหาร 6 ตุลาฯ”
- หลังรัฐประหาร 6 ตุลาฯ เกิดกระบวนการสถาปนาหลักนิติศาสตร์ของรัฐและให้อภิสิทธิ์ทางกฎหมายแก่รัฐอย่างสูงสุด ไม่ต้องรับผิดผ่านคำสั่งที่ 41 และการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 2 ครั้ง”
- เป็นเพราะคำสั่งฉบับนี้เป็นหนึ่งในกฎหมายที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์รัฐประหารในเย็นวันที่ 6 ต.ค. 2519 ที่ส่งผลให้มีการเพิ่มอัตราโทษกฎหมายในตระกูลหมิ่นประมาท รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา ม.112 เป็นจำคุกขั้นต่ำ 3-15 ปี (เดิมจำคุกไม่เกิน 7 ปี)
Summary
แคมเปญดังกล่าวมีรูปธรรมสำคัญคือ การเชิญชวนให้ประชาชนร่วมลงชื่อเสนอยกเลิก คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ตั้งเป้าหมาย 50,000 รายชื่อ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาฯ
“หลังรัฐประหาร 6 ตุลาฯ เกิดกระบวนการสถาปนาหลักนิติศาสตร์ของรัฐและให้อภิสิทธิ์ทางกฎหมายแก่รัฐอย่างสูงสุด ไม่ต้องรับผิดผ่านคำสั่งที่ 41 และการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 2 ครั้ง”
คงสัจจาเล่าย้อนไปถึงยุคสงครามเย็น ช่วงปลายทศวรรษ 2490 สหรัฐอเมริกาใช้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จะสู้กับการเผยแพร่อุดมการณ์คอมมิวนิสต์ของจีนและรัสเซีย โดยสหรัฐฯ เลือกไทยเป็นฐานที่มั่นสำคัญ เพราะไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์และพุทธศาสนาที่แข็งแรง อาจพูดได้ว่าสองอย่างนี้คล้ายๆ กับ “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่เป็นเครื่องมือช่วยให้คนไทยยึดเหนี่ยวในอุดมการณ์ที่สหรัฐฯ ต้องการให้เป็น และไม่ไปฝักใฝ่คอมมิวนิสต์