The Standard
UNICEF ชี้ น้ำท่วมกระทบการเรียนของเด็ก ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมโรงเรียนให้พร้อมรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (5 ตุลาคม) สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็ก โดยโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยต้องปิดการเรียนการสอน และบางแห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมโรงเรียนให้พร้อมรับมือกับภัยจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น
Key facts
- ข้อมูลล่าสุดจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 4 ล้านคนในกว่า 1.4 ล้านครัวเรือน ครอบคลุม 47 จังหวัด ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า มีสถานศึกษา 988 แห่งใน
- วันนี้ (5 ตุลาคม) สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็ก โดยโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยต้องปิดการเรียนการสอน และบางแห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว
- ซึ่งจัดทำโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ด้วยการสนับสนุนจาก UNICEF เพื่อประเมินความพร้อมของโรงเรียนในการรับมือกับสภาพอากาศรุนแรง การสำรวจดำเนินการในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 ครอบคลุมโรงเรียนของรัฐ 329 แห่งใน 14
- สถานการณ์ในประเทศไทยสอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยการวิเคราะห์ล่าสุดของ UNICEF เรื่อง Learning Interrupted: Global Snapshot of Climate-Related School Disruptions ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนที่ผ่านมา และรวบรวมข้อมูลจาก 106
Summary
ข้อมูลล่าสุดจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 4 ล้านคนในกว่า 1.4 ล้านครัวเรือน ครอบคลุม 47 จังหวัด ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า มีสถานศึกษา 988 แห่งใน 29 จังหวัดได้รับผลกระทบ สำหรับกรุงเทพมหานครมีรายงานว่า โรงเรียนและสถานศึกษา 188 แห่งได้รับผลกระทบ บางแห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ประกาศปิดโรงเรียนชั่วคราวใน 15
ผลกระทบจากน้ำท่วม อาจทำให้เด็กๆ ต้องพลาดโอกาสในการเรียนรู้และทำให้การเรียนต้องหยุดชะงัก เด็กขาดกิจวัตรประจำวันที่คุ้นเคย รวมถึงสภาพแวดล้อมและการสนับสนุนจากโรงเรียนตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นจากห้องเรียนที่ถูกน้ำท่วม อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับความเสียหาย หรือการที่โรงเรียนบางแห่งต้องใช้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว
ขณะเดียวกัน UNICEF เดินหน้าผ่านแคมเปญ #CountMeIn เพื่อเรียกร้องให้มีกฎหมายและนโยบายที่เข้มแข็งขึ้นในการคุ้มครองสุขภาพ พัฒนาการ และอนาคตของเด็กจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ