iLaw
ย้อนข้อเสนอต่อมาตรา 112 จากยกเลิก-แก้ไข-(ไม่ได้)นิรโทษกรรม สู่กลับไปไม่มีโทษขั้นต่ำเหมือนก่อน 2519
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขยับเข้าสู่จุดศูนย์กลางความขัดแย้งในการเมืองไทยนับแต่ปี 2548 เป็นต้นมา จนแตะจุดสูงสุดในการชุมนุมเคลื่อนไหวของประชาชนปี 2563-2565
Key facts
- ไม่มีเหตุยกเว้นความผิดหรือเหตุยกเว้นโทษ หากแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ซึ่งแตกต่างจากกรณีหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา และ แตกต่างจากความผิดฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ตามกฎหมายเก่า คือ กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 ที่แก้ไขเพิ่มเติมในปี 2478
- อัตราโทษ “ไม่ได้สัดส่วน” เมื่อเทียบกับการกระทำ โดยโทษจำคุก 3-15 ปี เท่ากับความผิด ฐานเตรียมการกบฏตามมาตรา 114 จัดหาเด็กอายุ 15-18 ปีไปอนาจาร ตามมาตรา 282 วรรคสอง ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย มาตรา 290 พรากผู้เยาว์ มาตรา 317
- กำหนดบุคคลผู้ถูกคุ้มครองซึ่งมีสถานะแตกต่างกัน คือ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไว้ในมาตราเดียวกันซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน
- ให้นำมาตรา 112 ออกจากลักษณะว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร
- เปลี่ยนบทลงโทษโดยไม่มีอัตราโทษขั้นต่ำ แต่กำหนดเพดานโทษสูงสุดเป็นจำคุกไม่เกิน 3 ปี โดยแยกระหว่างการหมิ่นประมาททั่วไปกับการหมิ่นประมาทที่เป็นการโฆษณาออกจากกัน
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขยับเข้าสู่จุดศูนย์กลางความขัดแย้งในการเมืองไทยนับแต่ปี 2548 เป็นต้นมา จนแตะจุดสูงสุดในการชุมนุมเคลื่อนไหวของประชาชนปี 2563-2565
Summary
ปี 2554 “คณะนิติราษฎร์” ซึ่งเป็นกลุ่มอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ธีระ สุธีวรางกูร สาวตรี สุขศรี ปิยบุตร แสงกนกกุล ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล และจันทจิรา เอี่ยมมยุรา เสนอให้แก้ไขมาตรา 112 โดยมีสาระสำคัญ 7 ข้อ คือ
1) กำหนดความผิดที่มีความร้ายแรงแตกต่างกัน ดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้าย ไว้ในมาตราเดียวกัน ซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน
2) กำหนดบุคคลผู้ถูกคุ้มครองซึ่งมีสถานะแตกต่างกัน คือ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไว้ในมาตราเดียวกันซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน