MGR Online
สาวเส้นทางเงิน 1.8 พันล้าน "ไทหยาง ซาง" ทุนคริปโตสีเทา เขยใหญ่ภูมิใจไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เส้นทางเงินทุนสีเทาในโลกคริปโตกำลังถูกลากโยงเข้าสู่ใจกลางอำนาจนิติบัญญัติของไทย เมื่อชื่อของ "ไทหยาง ซาง" ปรากฏเป็นเจ้าของทรัพย์สินกว่า 1.8 พันล้านบาทในบัญชีคู่สมรสของ สส. สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางเครื่องหมายคำถามถึงที่มาของเม็ดเงินมหาศาล อดีตของ
Key facts
- เงื่อนงำที่ผูกโยงเข้ากับการเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งระบุว่า ไทหยาง ซาง มีทรัพย์สินสูงถึง 1,843 ล้านบาท
- เงินเกือบ 2 พันล้านบาทที่ไม่สามารถอธิบายที่มาและกระแสรายได้ที่ชัดเจน กำลังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบประชาธิปไตย เมื่อนักการเมืองไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานที่สุดอย่างเรื่องที่มาของรายได้
- เส้นทางของ ไทหยาง ซาง ยิ่งทวีความน่าสงสัยเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2562 เขาร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ใหม่กับ เทียนเทียน คูลแลนเดอร์ ชายผู้ซึ่งต่อมาเสียชีวิตอย่างกะทันหันในวัยเพียง 30 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2565
- จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2564 เมื่อโปรเจกต์ของซาง ถูกซื้อกิจการโดย อะลาเมดา รีเสิร์ช บริษัทในเครือของ แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ อาชญากรอินดี้ ผู้สั่นสะเทือนวงการคริปโต ไทหยาง ซาง
- สื่อหลายสำนักชี้เป้าตรงกันว่า ลูกหนี้รายนี้คือกองทุน ทรี แอร์โรวส์ แคปิตอล ที่บริหารงานโดย ซู จู และ ไคล์ เดวีส์ กองทุนนี้ล้มละลายพังทลายไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2565 (กองทุนเดียวกันกับที่ Zipmex ไปลงทุน) ทิ้งหนี้มหาศาลไว้กว่า 3,500
- ชนวนความขัดแย้งปะทุขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อต้นเดือนตุลาคมปี 2569 เมื่อ รังสิมันต์ โรม ได้หยิบยกประเด็นความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติมาอภิปราย นำไปสู่การประท้วงและการแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทในเวลาต่อมา
Summary
เส้นทางเงินทุนสีเทาในโลกคริปโตกำลังถูกลากโยงเข้าสู่ใจกลางอำนาจนิติบัญญัติของไทย เมื่อชื่อของ "ไทหยาง ซาง" ปรากฏเป็นเจ้าของทรัพย์สินกว่า 1.8 พันล้านบาทในบัญชีคู่สมรสของ สส. สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางเครื่องหมายคำถามถึงที่มาของเม็ดเงินมหาศาล อดีตของเขาพัวพันลึกซึ้งกับเครือข่ายระดับโลกที่อื้อฉาว ทั้งแพลตฟอร์ม "ฟอกเงิน" ไร้การยืนยันตัวตน กองทุนคริปโตที่ล้มละลาย และบริษัทที่ผู้บริหารต้องโทษจำคุก ไปจนถึงการลงทุนใน "เว็บพนันออนไลน์"