← Back to KHAO

IMF ชี้ “นวัตกรรม-การบริโภค” กุญแจขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนยุคใหม่

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

สำนักข่าวซินหัวรายงาน วันนี้(2ต.ค.69)ว่า  นายกฤษณะ ศรีนิเวศัน (Krishna Srinivasan) ผู้อำนวยการแผนกเอเชียและแปซิฟิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัว ไฟแนนซ์ (Xinhua Finance) ว่า การปรับเปลี่ยนทิศทางของจีนไปสู่โมเดลการเติบโตที่เน้นการบริโภค ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการนวัตกรรม อาจช่วยเสริมสร้างแนวโน้มการเติบโตในระยะปานกลางของจีน และส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโลก

Key facts

Summary

ศรีนิเวศัน กล่าวว่า จีนกำหนดให้การวิจัยและพัฒนา (R&D) การผลิตระดับสูง และนวัตกรรม มีความสำคัญสูงสุดในทางนโยบาย โดยจีนทุ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาสูงกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งหมด โดยเป็นรองเพียงสหรัฐฯ เท่านั้น ทั้งยังมีการยื่นจดสิทธิบัตรมากกว่าประเทศใดในโลก นอกจากนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ของจีน ยังมุ่งเน้นในเรื่องนวัตกรรม การพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี และกำลังการผลิตคุณภาพใหม่

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การวิจัยและพัฒนาและการจดสิทธิบัตรช่วยเพิ่มผลิตภาพของบริษัทได้ ทว่าผลลัพธ์ดังกล่าว ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทเหล่านั้นมีแรงจูงใจและความสามารถในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และปรับใช้ได้หรือไม่ ซึ่งผลการวิจัยของกองทุนฯ ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจช่วยกระตุ้นการเติบโตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ได้ร้อยละ 0.2-0.8 แม้ว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจกระจายตัวอย่างไม่เท่าเทียมกันก็ตาม

ด้านอุปสงค์ภายในประเทศ ศรีนิเวศันระบุว่าตลาดขนาดใหญ่ของจีนเป็นแนวทางที่ชัดเจนในการลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก โดยมองว่าแผนพัฒนาฯ เป็นสัญญาณว่าจีนให้ความสำคัญกับการบริโภคมากขึ้น

Read full article at Kaohoon →