Kaohoon
XO ปิดบวก 6% ลุ้นรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันล้าน ลุยสร้างโรงงานใหม่ 1.3 พันลบ.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ต.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 19.00 บาท บวก 1.10 บาท หรือ 6.15% ราคาสูงสุด 19.00 บาท ราคาต่ำสุด 17.90 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 24.68 ล้านบาท
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ต.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 19.00 บาท บวก 1.10 บาท หรือ 6.15% ราคาสูงสุด 19.00 บาท ราคาต่ำสุด 17.90 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 24.68 ล้านบาท
- ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างเดินหน้าลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินประมาณ 70% และเงินสดของบริษัทประมาณ 30% ปัจจุบันได้เริ่มสั่งซื้อเครื่องจักรและดำเนินการก่อสร้างแล้ว
- ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ คาดอยู่ที่ 17.2% โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 48 ล้านบาท หรือ 12% จากปีก่อน เนื่องจากบริษัทยังมีต้นทุนคงที่จากการใช้กำลังการผลิตของโรงงานที่ยังไม่ถึงระดับที่กำหนด
- นายจิตติพร จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร XO เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดซอสปรุงรสทั่วโลกยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาด Hot Sauce และซอสศรีราชา ซึ่งถือเป็นตลาดที่บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า
- ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของ XO ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีทิศทางฟื้นตัว โดยคาดรายได้เติบโตอย่างน้อย 10% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2569 จากคำสั่งซื้อในตลาดยุโรปที่เร่งตัวขึ้น
Summary
นายจิตติพร จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร XO เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดซอสปรุงรสทั่วโลกยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาด Hot Sauce และซอสศรีราชา ซึ่งถือเป็นตลาดที่บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า หลังผลิตภัณฑ์ของ XO สามารถเติบโตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับตลาด Hot Sauce ทั่วโลกในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 120,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 7.7-7.8% ต่อปี ก่อนเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 200,000 ล้านบาทภายในปี 2575 ขณะที่ตลาดซอสศรีราชามีมูลค่าประมาณ 19,300 ล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 30,000 ล้านบาทในปี 2575
บริษัทมีแผนเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นภูมิภาคยุโรปตะวันออก ซึ่งมองว่ามีพฤติกรรมการบริโภคใกล้เคียงกับตลาดยุโรปตะวันตก พร้อมเร่งทำตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังเริ่มได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญในการผลักดันยอดขายในอนาคต