Ban Muang
"หมอเปรม"สับแก้กม.ดึงภาษีบาปไทยพีบีเอสเสี่ยงทำสื่ออิสระกลายร่างเป็นกระบอกเสียงรัฐบาล แนะปรับโครงสร้างไทยพีบีเอสใหม่ ให้เป็นสื่อสาธารณะอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์คนบางกลุ่ม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคภูมิใจไทยเสนอแก้กฎหมายเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จากเงินภาษีสุราและยาสูบ หรือ “ภาษีบาป” มาใช้งบประมาณรายจ่ายปกติ โดยตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อค
Key facts
- นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ควรมองไทยพีบีเอสเป็นเพียงสถานีโทรทัศน์ เพราะสื่อสาธารณะมีความหมายครอบคลุมสื่อทุกรูปแบบที่สามารถสร้างประโยชน์และส่งเสริมการพัฒนาประเทศได้ หากจะดึงเงินสนับสนุนจากภาษีบาปออกไป แล้วให้ ไทยพีบีเอสต้องพึ่งพางบประมาณปกติ
- นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองเคยตั้งคำถามในวุฒิสภาถึงปัญหาเหล่านี้ และได้รับแจ้งจากผู้บริหารไทยพีบีเอสว่าจะขี้แจงรายละเอียดกลับมาภายใน 1 เดือน รับปากตั้งแต่ 25 กันยายน แต่จนถึงขณะนี้เลยกำหนดมานานแล้ว ยังไม่ได้รับรายงานตามที่รับปากไว้
- นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวย้อนถึงแรงผลักดันให้เกิดสื่ออิสระภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬว่า การปิดกั้นข่าวสารในเวลานั้นทำให้สังคมเรียกร้องสื่อที่ไม่ปิดหูปิดตาประชาชน เป็นบริบทสำคัญของเส้นทางจากไอทีวีมาถึงไทยพีบีเอส
- จะคงองค์กรไว้เพื่ออะไร ยุบไปเลยจะดีกว่า เพราะถ้าจะให้เป็นสื่อของรัฐอีกคงไม่จำเป็น สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าๆ
Summary
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ควรมองไทยพีบีเอสเป็นเพียงสถานีโทรทัศน์ เพราะสื่อสาธารณะมีความหมายครอบคลุมสื่อทุกรูปแบบที่สามารถสร้างประโยชน์และส่งเสริมการพัฒนาประเทศได้ หากจะดึงเงินสนับสนุนจากภาษีบาปออกไป แล้วให้ ไทยพีบีเอสต้องพึ่งพางบประมาณปกติ อาจทำให้สถานะไม่แตกต่างจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ซึ่งจะกระทบหลักการสำคัญเรื่องความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อ
" หากประเทศไทยยังต้องการสื่อสาธารณะ ทางออกควรเป็นการปฏิรูปไทยพีบีเอสให้ทำงานครอบคลุมสื่อทุกระบบอย่างครบวงจร และทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงไม่ใช่เหมือนทุกวันนี้ เพราะเท่าที่ทราบข้างในไทยพีบีเอส มีปัญหากลุ่มอิทธิพลเข้าครอบงำองค์กร มีความไม่ชอบมาพากล และความขัดแย้งภายใน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบและชี้แจงต่อสาธารณะ"นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวย้อนถึงแรงผลักดันให้เกิดสื่ออิสระภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬว่า การปิดกั้นข่าวสารในเวลานั้นทำให้สังคมเรียกร้องสื่อที่ไม่ปิดหูปิดตาประชาชน เป็นบริบทสำคัญของเส้นทางจากไอทีวีมาถึงไทยพีบีเอส จึงเห็นว่าต้องรักษาจุดยืนเรื่องความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะเอาไว้ให้ได้ หากไม่รักษาจุดยืนดังกล่าว จะคงองค์กรไว้เพื่ออะไร ยุบไปเลยจะดีกว่า เพราะถ้าจะให้เป็นสื่อของรัฐอีกคงไม่จำเป็น สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าๆ