สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
รมว.ยุติธรรม ตอบกระทู้ สว. ย้ำ รัฐบาลยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เตรียมเคาะนโยบายเพิ่มความเข้มในการปราบปรามภายใน ต.ค. นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (5 ต.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมวุฒิสภา ชั้น 2 อาคารรัฐสภา พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบกระทู้ถามของ พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เรื่อง ”มาตรการในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในปี พ.ศ.256
Key facts
- พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุต่ำกว่า 25 ปี เข้าสู่ระบบบำบัดรักษารวมจำนวนประมาณ 49,000 คน รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในวัยรุ่นและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง
- เน้นแก้ไขปัญหาทุกมิติไปพร้อมกัน โดยเฉพาะได้กำหนดแผนระยะยาว ตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (พ.ศ. 2566-2570) ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ระดับ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มีกรอบนโยบายการดำเนินการแก้ไข
- ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล ภายในเดือนตุลาคมนี้ นายกรัฐมนตรีจะประกาศนโยบายเพิ่มความเข้มในการปราบปรามยาเสพติด โดยกระทรวงยุติธรรมได้ทำการบ้านมาเกือบ 1 เดือน เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหา เช่นการปรับแก้บทลงโทษ
- รวม.ยุติธรรม ย้ำว่า รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็น "วาระแห่งชาติ"
Summary
พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุต่ำกว่า 25 ปี เข้าสู่ระบบบำบัดรักษารวมจำนวนประมาณ 49,000 คน รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในวัยรุ่นและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตั้งแต่ การป้องกัน การสร้างภูมิคุ้มกัน การเฝ้าระวัง คัดกรอง และการบำบัดรักษา โดยประสานงานกับทุกหน่วยอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานของรัฐ อย่างเป็นรูปธรรม
รวม.ยุติธรรม ย้ำว่า รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็น "วาระแห่งชาติ"
“ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล ภายในเดือนตุลาคมนี้ นายกรัฐมนตรีจะประกาศนโยบายเพิ่มความเข้มในการปราบปรามยาเสพติด โดยกระทรวงยุติธรรมได้ทำการบ้านมาเกือบ 1 เดือน เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหา เช่นการปรับแก้บทลงโทษ ไม่ให้เกิดการเสพและการจำหน่ายยาเสพติด“ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าว