Krungthep Turakij
NIA เผยผลดัชนีนวัตกรรมโลก 2569 (GII 2026) ไทยขยับขึ้นอันดับ 44 ตามหลังเวียดนาม 1 อันดับ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ลักษ์โตเย่น วุฒิศักดิ์ | โต๊ะข่าวนวัตกรรม-เทคโนโลยี
Key facts
- ดัชนีย่อยปัจจัยนำเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) 5 ปัจจัย ได้แก่ ด้านสถาบัน ด้านทุนมนุษย์และการวิจัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านระบบตลาด และด้านระบบธุรกิจ
- ดัชนีย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) 2 ปัจจัย ได้แก่ ผลผลิตจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี และผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์
- ผนึกกำลังกรมทรัพย์สินทางปัญญาขับเคลื่อน IP เชิงพาณิชย์ ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ WIPO ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการยื่นจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (PCT) เพื่อต่อยอดผลงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมไปสู่การคุ้มครองและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม.
- สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมแบบไร้รั้ว (Shared Space & Ecosystem) มุ่งลดอุปสรรคและสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่าง Startup, VC, CVC, Corporate Partner และ Global Investor
- ผลักดัน Startup ไทยขยายสู่ตลาดโลก (Global Scaling & Cross-Border Collaboration) แก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบ (Law & Regulation) พร้อมเชื่อมโยงบริษัทขนาดใหญ่ (Corporate Validation) ให้มาใช้ Solution ของ Startup และนำพา Startup ไทยขยายสเกลไปยังตลาดต่างประเทศทั้งในเอเชียและระดับโลก
- นำเทคโนโลยี AI มาช่วยขับเคลื่อนผู้ประกอบการ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI Agent และแชตบอต (เช่น BOTNOI หรือเครื่องมือแปลภาษาอัตโนมัติ) เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยในการทำธุรกิจ ออกบูธต่างประเทศ และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ
- 79 ตัวชี้วัดสะท้อนจุดแข็ง-จุดอ่อนของประเทศไทย
- Corporate Co-funding ร่วมสนับสนุนสตาร์ตอัป และเอสเอ็มอี ระยะ Seed ถึง Series A หรือมีรายได้ 0.5–20 ล้านบาท ร่วมกับนักลงทุนที่ผ่านการรับรองจาก NIA PE Trust
Summary
จุดอ่อนสำคัญที่ฉุดรั้งอันดับของประเทศคือด้านสถาบันและกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรค รวมถึงงบประมาณด้านการศึกษาที่อยู่ในอันดับต่ำ
การจัดอันดับในปีนี้ ภายใต้แนวคิด ‘การขับเคลื่อนผู้ประกอบการสู่พรมแดนวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้า’ มีตัวชี้วัดทั้งสิ้น 79 ตัวชี้วัด แบ่งเป็นดัชนีย่อย 2 ด้าน คือ
อีกทั้งมีเสถียรภาพทางการเมืองในรูปแบบเฉพาะ มีนโยบายที่ต่อเนื่อง มุ่งเน้นการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เวียดนามยังได้ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและการศึกษา (Reorganization) มาแล้วประมาณ 3–4 ปี ทั้งการยุบรวมมหาวิทยาลัยและปรับปรุงหลักสูตร เพื่อเร่งสร้างกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคต