Bangkok Today
การบินไทย ปลด “ชาย เอี่ยมศิริ ” เซ่นวิกฤตบริการ-สอบปมไวน์ 800 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บอร์ดการบินไทยมีมติสั่ง “ชาย เอี่ยมศิริ” พ้นเก้าอี้ซีอีโอ ตั้ง “สัมฤทธิ์ สำเนียง” รักษาการ พร้อมตั้งกรรมการสอบ 2 ปม ทั้งเที่ยวบินล่าช้า-สัมภาระตกค้าง และข้อกล่าวหาจัดซื้อไวน์กว่า 800 ล้านบาท จับตาการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ด้านธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่นก่อนกลับเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น
Key facts
- การบินไทยเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง หลังที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการบริษัท เรียกประชุมด่วน มีมติให้นายชาย เอี่ยมศิริ
- ข้อมูลโครงสร้างองค์กรที่ระบุในเอกสารประกอบข่าวแสดงให้เห็นว่า การบินไทยมีบุคลากรรวม 12,858 คน ในจำนวนนี้เป็นพนักงานหน่วยธุรกิจบริการภาคพื้น 3,622 คน ขณะที่งบประมาณค่าตอบแทนพนักงานในปี 2568 อยู่ที่ 19,480 ล้านบาท
- การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาการให้บริการผู้โดยสารที่มีเที่ยวบินล่าช้าและสัมภาระตกค้างจำนวนมาก ตลอดจนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อไวน์สำหรับให้บริการบนเที่ยวบิน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท
- อีกประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการบริหารองค์กรคือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดซื้อไวน์สำหรับให้บริการผู้โดยสารบนเที่ยวบิน จำนวนประมาณ 860,000 ขวด คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท
- สะท้อนถึงความรวดเร็วของกระบวนการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน นายชายระบุว่าการพ้นจากตำแหน่ง CEO ไม่ได้หมายถึงการถูกเลิกจ้างออกจากบริษัท โดยยังคงสถานะกรรมการบริษัท และสัญญาจ้างในตำแหน่งผู้บริหารมีกำหนดครบวาระในช่วงปลายปี 2569
Summary
การบินไทยเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง หลังที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการบริษัท เรียกประชุมด่วน มีมติให้นายชาย เอี่ยมศิริ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO โดยมีผลทันที พร้อมแต่งตั้งนายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการบริษัท เข้าดำรงตำแหน่งรักษาการ CEO เพื่อรับผิดชอบการบริหารงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาการให้บริการผู้โดยสารที่มีเที่ยวบินล่าช้าและสัมภาระตกค้างจำนวนมาก ตลอดจนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อไวน์สำหรับให้บริการบนเที่ยวบิน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท โดยคณะกรรมการมีมติให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งสองกรณีควบคู่กัน
แม้บริษัทจะเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เปิดศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ และเพิ่มช่องทางติดต่อผ่านคอลเซ็นเตอร์ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา พร้อมตั้งเป้าจัดการสัมภาระให้แล้วเสร็จ 98-99% ภายใน 1-2 วัน และประกาศความพร้อมกลับมาให้บริการเที่ยวบินตามปกติในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทำให้เกิดคำถามถึงความพร้อมของระบบปฏิบัติการและการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน