iLaw
ย้อนรอยมาตรา 138: อีกมรดก 6 ตุลา โทษฐาน “ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน” ที่ใช้มากในคดีการเมือง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ความผิดฐาน “ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 เป็นบทกฎหมายที่มักใช้ในการกล่าวหาคดีทางการเมือง โทษของความผิดนี้ไม่ได้มีรูปแบบเช่นเดียวกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาตั้งแต่แรก แต่ปรากฏรูปรอยมาตั้งแต่กฎหมายตราสามดวงและพัฒนาเรื่อยมา
Key facts
- หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 สังหารหมู่ธรรมศาสตร์ คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินออก คำสั่ง ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 เพิ่มโทษตามวรรคแรก โทษจำคุกจากเดิมไม่เกิน 6 เดือน เป็นไม่เกิน 1 ปี และเพิ่มโทษปรับจากเดิมไม่เกิน 1,000 บาท เป็นไม่เกิน
- ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานถูกแก้ไขเพิ่มเติมอีกครั้งในปี 2560 โดยมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) 2560 เพิ่มโทษปรับเป็นไม่เกิน 20,000 บาท ทำให้อัตราโทษล่าสุด (กรกฎาคม 2569)
- ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 เป็นบทกฎหมายที่มักใช้ในการกล่าวหาคดีทางการเมือง โทษของความผิดนี้ไม่ได้มีรูปแบบเช่นเดียวกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาตั้งแต่แรก แต่ปรากฏรูปรอยมาตั้งแต่กฎหมายตราสามดวงและพัฒนาเรื่อยมา
- ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 138 “ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ…”
- มาตรา 136 (1) บัญญัติว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญเจ้าพนักงานผู้ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านวอน (ประมาณ 230,000 บาท) ส่วนมาตรา 136 (2)
- มาตรา 137 บัญญัติว่า ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยใช้อุบายหลอกลวง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านวอน (ประมาณ 230,000 บาท)
Summary
ต่อมาภายหลังรัฐประหาร 6 ตุลา 2519 คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ออกคำสั่งฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ซึ่งมีเนื้อหาส่วนหนึ่งแก้ไขมาตรา 138 ถือเป็นอีกบทบัญญัติกฎหมายที่ถูกแก้ไขเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย และยังมีผลบังคับใช้ถึงปัจจุบัน
บทความนี้อธิบายองค์ประกอบความผิดและบรรทัดฐานคำพิพากษาของศาลฎีกา รวมถึงพัฒนาการของอัตราโทษในความผิดฐานดังกล่าว ตลอดจนสถิติและบริบทการบังคับใช้บทบัญญัติดังกล่าวในคดีทางการเมืองในปัจจุบัน
องค์ประกอบของความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานแบ่งเป็นองค์ประกอบภายนอก 3 ข้อ ได้แก่ (1) ผู้ใด (2) ต่อสู้หรือขัดขวาง (3) เจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และองค์ประกอบภายในคือ เจตนาธรรมดา โดยในวรรคสองเป็นเหตุเพิ่มโทษที่ต้องมีองค์ประกอบเพิ่มเติมคือ กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย