← Back to KHAO

อนุทิน สั่งเร่งระบายน้ำ รับฝน 4-10 ต.ค. ถามปลัดใครดุชาวบ้าน ชัชชาติรับกลางวง ‘ลูกน้องผมครับ’

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 7 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

Matichon Weekly

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความกังวลช่วงฝนตกหนักในวันที่ 4-10 ตุลาคม จะส่งผลกระทบในพื้นที่กทม.ว่า ปริมาณฝนชุก และมีจำนวนมากขึ้น ช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคม ซึ่งเป็นการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เราเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ ส่วนน้ำเดิมที่ยังคงอยู่ในพื้นที่กทม. เราจะต้องเร่งระบายออกไป ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น จนทำให้เกิดน้ำท่วมขัง

Key facts

Summary

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความกังวลช่วงฝนตกหนักในวันที่ 4-10 ตุลาคม จะส่งผลกระทบในพื้นที่กทม.ว่า ปริมาณฝนชุก และมีจำนวนมากขึ้น ช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคม ซึ่งเป็นการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เราเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ ส่วนน้ำเดิมที่ยังคงอยู่ในพื้นที่กทม. เราจะต้องเร่งระบายออกไป ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น จนทำให้เกิดน้ำท่วมขัง

นายกฯ กล่าวอีกว่า การประชุมทุกเช้าแบบนี้จะทำให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูล ประสานข้อมูลในการบริหารจัดการเส้นทางน้ำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามว่า อยากให้มีการกำชับเรื่องการเยียวยา เนื่องจากขณะนี้ประชาชนยังไม่เข้าใจจำนวนมาก นายกฯ กล่าวว่า ตนให้กำชับความเข้าใจกับประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องไปเจอกับประชาชนศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ เพื่อไปแจ้งกับประชาชนได้รับทราบ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย รับเป็นเจ้าภาพในการสำรวจรายชื่อที่จะต้องได้รับการเยียวยา ซึ่งเราก็ทำมาโดยตลอด

เมื่อถามว่า นายกฯได้กำชับอะไรและเป็นห่วงอะไรหรือไม่ เนื่องจากกำชับเรื่องหน่วยงานรัฐถูกบูลลี่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นห่วงทุกเรื่อง แต่ห่วงที่สุดคือจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากสถานการณ์นี้ เพราะตั้งแต่ที่ 4 ตุลาคม เป็นต้นไป จะมีฝนตกลงมาอีก ซึ่งจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาจะมีมวลน้ำจากฝนเข้ามาเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางสถานการณ์ยังเบาบาง แต่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่