← Back to KHAO

ธุรกิจงัดแผนสำรองรับวิกฤต แรงกว่าปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม

ธุรกิจ-เรียลเซ็กเตอร์ ปรับแผนการผลิตยกแผง ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม 2569 คาดรุนแรงกว่าปี 2554 ค่ายรถยนต์หยุดผลิตชั่วคราว แบงก์ชาติประเมิน SMEs นับล้านกิจการ-ครัวเรือนเปราะบางกู้เพิ่มดันหนี้ครัวเรือนพุ่ง สะเทือนเสถียรภาพเศรษฐกิจทั้งประเทศ “สหพัฒนพิบูล-มาม่า”งัดแผนสำรองปกป้องโรงงาน เกาะติดสถานการณ์น้ำทุก 12 ชั่วโมง อสังหาฯทำแผนยาว ลด-เลื่อน เปิดโครงการ หอการค้าห่วง ผลิต-ส่งมอบออร์เดอร์ไม่ทัน สวนสยามถกแบงก์ลงทุนหลังน้ำลด 500 ล้าน นักธุรกิจภูธรชง “รีเซต” โครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคม

Key facts

Summary

วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ยืดเยื้อ ภาคกลาง ตะวันออก และโซนตะวันตกของกรุงเทพฯ ปลายแม่น้ำเจ้าพระยา และมีแนวโน้มปริมาณน้ำจากเขื่อน และปริมาณฝนเพิ่มต่อเนื่อง จนถึงกลางเดือนตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต-อุตสาหกรรม และธุรกิจ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่อีกวาระ

กลุ่มที่มีความน่าเป็นห่วงจะเป็นกลุ่มครัวเรือนเปราะบางและเอสเอ็มอี จากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบในเรื่องความสามารถในการแข่งขันและทักษะในด้านต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่เมื่อเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมเข้ามาใหม่ จะส่งผลต่อสถานะการเงินมากขึ้นไปอีก โดย ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต่อเสถียรภาพในภาพรวมได้

ทั้งนี้ เอสเอ็มอีไทยมีปัญหาหลายด้าน ทั้งการเข้าถึงสินเชื่อที่ติดลบมาแล้ว 16 ไตรมาส มีต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) สูง ทำให้ถูกปฏิเสธอยู่ที่ประมาณ 60-70% มาโดยตลอด ขณะที่เอสเอ็มอีรายใหม่ที่ไม่มีประวัติทางการเงินถูกปฏิเสธสินเชื่อถึง 78% ส่วนธุรกิจที่มีหนี้เสียอยู่เดิมถูกปฏิเสธสินเชื่อถึง 86% แต่หากประเมินตามความเป็นจริงอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อของเอสเอ็มอีอาจสูงถึงระดับ 90%

Read full article at Prachachat →