Nation TV
“ศุภชัย” แจง 4 ร่าง กม. รื้อภาษีบาป ด้าน“ไทยพีบีเอส” แถลงการณ์สวนหมัดรัฐบาลสีน้ำเงิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ศุภชัย” แจง 4 ร่าง กม. รื้อภาษีบาป ไม่ได้ยุบ ไทยพีบีเอสและองค์กรที่เกี่ยวกับเงินสนับสนุน แต่แก้ “วิธีการได้มาซึ่งเงินองค์กร” ด้าน“ไทยพีบีเอส” แถลงการณ์สวนหมัดรัฐบาลสีน้ำเงิน หวั่นขาดความเป็นอิสระ
Key facts
- ประการแรก เรื่องนี้ไม่ใช่การยุบกองทุน ไม่ใช่การยกเลิกองค์กร และไม่ใช่การปฏิเสธความสำคัญของภารกิจของทั้ง 4 องค์กร สิ่งที่เสนอให้แก้คือ “วิธีการได้มาซึ่งเงิน”
- ตัวอย่างที่กำลังถูกกล่าวถึงมากคือ Thai PBS ซึ่งกฎหมายปัจจุบันกำหนดเงินบำรุงจากสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 1.5 และมีเพดานตามกฎหมาย ส่วนร่างที่เสนอจะยกเลิกกลไกดังกล่าวและเปลี่ยนแหล่งรายได้เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี
- นายศุภชัย ย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่าการรับเงินของทั้ง 4 องค์กรในปัจจุบันผิดกฎหมาย เพราะมาตรา 82 ของกฎหมายวินัยการเงินการคลังได้ยกเว้นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นกลไกเดิมจึงยังคงใช้ได้ตามกฎหมาย
- ประการที่สาม ทำไมต้องเสนอพร้อมกันถึง 4 ฉบับ นายศุภชัย ระบุว่า ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจว่ากำลังมุ่งเป้าไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากหลักการคือการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ หลักการนั้นก็ต้องใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
Summary
ประการแรก เรื่องนี้ไม่ใช่การยุบกองทุน ไม่ใช่การยกเลิกองค์กร และไม่ใช่การปฏิเสธความสำคัญของภารกิจของทั้ง 4 องค์กร สิ่งที่เสนอให้แก้คือ “วิธีการได้มาซึ่งเงิน” โดยเฉพาะระบบที่กฎหมายเดิมกำหนดให้นำเงินที่จัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ ส่งตรงเป็นเงินบำรุงให้แก่องค์กรหรือกองทุน โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
2 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีที่ตนเองและคณะ สส. ของพรรค ได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ สสส. กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เงินสนับสนุนจากภาษีสุราและยาสูบ หรือ ภาษีบาป หลังมีการตั้งคำถามว่าเหตุใด จึงต้องแก้กฎหมายทั้ง 4 ฉบับ โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงและเจตนารมณ์ให้ชัดเจน
ประการที่สาม ทำไมต้องเสนอพร้อมกันถึง 4 ฉบับ นายศุภชัย ระบุว่า ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจว่ากำลังมุ่งเป้าไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากหลักการคือการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ หลักการนั้นก็ต้องใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน