← Back to KHAO

นายกฯ สั่งเตรียมรับมือฝนตกหนัก 4-10 ต.ค.นี้ เฝ้าระวังมวลน้ำจากทะเลจีนใต้

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์

Key facts

Summary

โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำในที่ประชุมถึงความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุดเพื่อสร้างความมั่นใจและลดความวิตกกังวลให้แก่ประชาชนว่ามีหน่วยงานภาครัฐคอยติดตามและแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ภาพรวมของสถานการณ์ในปัจจุบันมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะความคืบหน้าในการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันตก อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 10 ตุลาคมนี้

นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่ครอบคลุมอุบัติภัยทางธรรมชาติทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกำชับให้ศึกษาข้อมูลสรุปจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ชัดเจนก่อนนำไปเผยแพร่ พร้อมกันนี้ ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันระดมสรรพกำลังและเครื่องจักรเข้ามาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์เริ่มมีแนวโน้มกลับสู่สภาวะปกติได้มากขึ้น

แม้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะค่อนข้างคลี่คลาย และภาคกลางจะมีปริมาณฝนในระดับปานกลาง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังมวลน้ำก้อนใหญ่จากทะเลจีนใต้ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาซึ่งอาจส่งผลกระทบในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังพิเศษในพื้นที่ภาคใต้ โดยเบื้องต้นได้มีการประสานงานเชิงรุกกับแม่ทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ส่วนหน้า ภาค 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์แบบครบวงจร ทั้งการป้องกัน การเยียวยา และการอพยพประชาชนอย่างทันท่วงที

Read full article at สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ →