Matichon
เดชรัต จี้ รัฐบาล เร่งวางแผนรับมือน้ำเหนือ อย่าโยนภาระให้จังหวัด จนปชช.ทะเลาะกันเอง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต และประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสังคมเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤตอุทกภัยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ รัฐบาลยังคงตั้งตัวไม่ได้ ไร้แผนในการระบายน้ำและการรับมือมวลน้ำเหนือระลอกใหม่ที่จะไหลลงมาสมทบ
Key facts
- นายเดชรัต กล่าวอีกว่า ขณะนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่น้ำยังท่วมสูง ตั้งแต่ปทุมธานีเข้ามายังกรุงเทพฯ ตั้งแต่เขตสายไหม เขตคลองสามวา เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง
- หากรัฐบาลที่มีอำนาจสั่งการให้มีการจัดการน้ำทั้งระบบ ไม่เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนและอธิบายให้ชัดว่าจะมีแผนดำเนินการอย่างไร จะระบายน้ำไปในทางใด ในอัตราเท่าใด นั่นแปลว่ารัฐบาลกำลังละเลยการปฏิบัติหน้าที่
Summary
นายเดชรัต กล่าวต่อว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติต้องทำคือ การวางแผนจัดการน้ำในภาพรวมทั้งหมด แล้วให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้สถานการณ์น้ำเป็นอย่างไร จะระบายอย่างไร และอนาคตอันใกล้จะเป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการบริหารจัดการ พร้อมกับทำให้ระบบระบายน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายเดชรัต กล่าวด้วยว่า ปัญหาคือตอนนี้ สามทางแรกทำได้จำกัด เพราะมีน้ำเหนือหนุนลงมาและมีน้ำท่วมสูงเช่นกัน ทำให้ภาพรวมของการระบายน้ำในพื้นที่นี้ทำได้เพียง 60% ของศักยภาพการระบายน้ำเท่านั้น และขณะนี้เส้นทางที่น้ำระบายได้มีประสิทธิภาพที่สุดคือ ทางทิศใต้หรือระบายลงอ่าวไทย ซึ่งทำได้ประมาณ 80% ของศักยภาพการระบาย แต่การระบายน้ำจากตอนเหนือคือปทุมธานีมาทางทิศใต้คือสมุทรปราการ จะต้องผ่านระบบคลองและประตูน้ำของแต่ละจังหวัด ซึ่งหากไม่มีการหารือและการตัดสินใจที่ดีพอ
นายเดชรัต กล่าวต่อว่า ฉะนั้น หากรัฐบาลและหน่วยงานส่วนกลางไม่เร่งจัดสรรเส้นทางการไหลของน้ำและเชื่อมโยงระบบระบายน้ำระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลให้ทำงานอย่างสอดคล้องกัน การระบายน้ำในภาพรวมก็จะไม่มีประสิทธิภาพ และทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาวะน้ำท่วมขังสูงขึ้นและยาวนานขึ้น และยังอาจทำให้ภาระการรับน้ำไม่เท่ากันยกระดับกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างพื้นที่อีกด้วย