Matichon
สว.รุกกลับ ‘สิทธิโชติ’ เข้าชื่อยื่นปปช.ฟันจริยธรรม อ้างเปิดเผยสำนวนคดีฮั้ว ด้าน’กลุ่มสำรอง’ร้องศาลรธน.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า กลุ่ม ส.ว.สีน้ำเงินประมาณ 5 คน เตรียมยื่นข้อกล่าวหาต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างน้อย กรณีเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมพิจารณาวินิจฉัย มติและเหตุผลในสำนวนคดีการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งผู้ร้องระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
Key facts
- เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า กลุ่ม ส.ว.สีน้ำเงินประมาณ 5 คน เตรียมยื่นข้อกล่าวหาต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส.ว.กลุ่มดังกล่าวได้ร่างคำร้องเสร็จในวันนี้ และได้มอบอำนาจให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาดำเนินการยื่นคำร้องต่อประธาน ป.ป.ช.แทน ในช่วงก่อนเที่ยงของวันที่ 2 ตุลาคม ด้านนายธนวัฒน์ ศรีสุข ส.ว.สำรอง
- ข้อ 13 การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลหรือกระแสสังคม 2
- ข้อ 14 การรักษาไว้ซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย และการเคารพต่อมติของที่ประชุมฝ่ายข้างมาก รวมถึงเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด 3
Summary
โดยเอกสารคำกล่าวหาระบุว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต.ได้ประชุมพิจารณาและลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง ส.ว. หรือคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งมีผู้ถูกร้องจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสาธารณชน ต่อมาในวันที่ 15 กันยายน 2569 นายสิทธิโชติได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในฐานะ กกต.เสียงข้างน้อย โดยเปิดเผยรายละเอียดคะแนนการลงมติเป็นรายกลุ่ม เช่น มติ 5 ต่อ 2 และ 6 ต่อ 1 พร้อมระบุว่าตัวเองและนายชาย นครชัย เป็นกรรมการฝ่ายเสียงข้างน้อย
อย่างไรก็ตาม ในคำร้องยังมีการหยิบยกมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 มาประกอบคำกล่าวหา โดยขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนว่าการกระทำของนายสิทธิโชติฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมในข้อต่อไปนี้หรือไม่ ได้แก่ 1. ข้อ 13 การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลหรือกระแสสังคม 2.
ทั้งนี้ ในคำร้องระบุถึงมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 27 ว่า หากเป็นการฝ่าฝืนในหมวด 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ซึ่งหาก ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วมีมติว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง จะมีอำนาจเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 ต่อไป โดยท้ายคำร้องยังขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.แสวงหาข้อเท็จจริง โดยเรียกพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ