Prachachat
ธปท. เร่งปิดทางเงินเทา เทรด USDT หลายแสนล้าน จ่อคุม Payment
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ธปท.เดินหน้าปิดช่องทางการเงินของเงินเทา พนันออนไลน์ และคอร์รัปชัน เผยยอดถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาทลดกว่า 50% ยอดถอนทองลดกว่า 70% หลังยกระดับมาตรการสกัด พร้อมจ่อออกประกาศคุมผู้ให้บริการ Payment รับชำระธุรกิจสีเทา-พนันออนไลน์
Key facts
- ธปท.เดินหน้าปิดช่องทางการเงินของเงินเทา พนันออนไลน์ และคอร์รัปชัน เผยยอดถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาทลดกว่า 50% ยอดถอนทองลดกว่า 70% หลังยกระดับมาตรการสกัด พร้อมจ่อออกประกาศคุมผู้ให้บริการ Payment รับชำระธุรกิจสีเทา-พนันออนไลน์
- เหตุผลสำคัญมาจากเศรษฐกิจของประเทศโตต่ำลงไปเรื่อย ๆ จากที่เคยโต 7% แล้วปรับลดมาที่ 5% ลงมาเหลือ 3% ส่วนในปี 2569 คาดว่าจะโตประมาณ 2.3% จากปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีมายาวนาน และก็ไม่มีการลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง
- นอกจากนี้ ยังติดตามการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท USDT โดย ธปท.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบปริมาณการซื้อขาย USDT ในตลาดอยู่ในระดับสูงผิดปกติหลายแสนล้าน USDT ในช่วง 4-5
- ใครที่คุ้นเคยก็จะพบว่า ไม่มีประเทศไหนที่มีการเทรด USDT เยอะ เพราะคือดอลลาร์ ถ้าจะเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลเยอะ ส่วนมากเขาจะเทรด Bitcoin และ และ Ethereum แต่ประเทศไทยเทรด USDT ซึ่งมันหาเหตุผลไม่เจอ เพราะมันคือดอลลาร์ มันคือเงินสด”
Summary
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน ZERO Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน ในหัวข้อ “ระบบการเงินที่โปร่งใสกับอนาคตเศรษฐกิจไทย” ว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาเลย เป็นช่วงที่ ธปท. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหลาย ๆ เรื่อง ทั้งปัญหาเรื่องเงินเทา ปัญหาเรื่องคอร์รัปชัน เป็นหนึ่งในปัญหาหลัก เป็นหนึ่งใน 4 ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ ธปท.ให้ความสำคัญ แล้วก็ลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ธปท.ไม่มีอำนาจในการจับกุมผู้กระทำผิดโดยตรง แต่ต้องเข้ามามีบทบาท เนื่องจากกิจกรรมผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินเทา พนันออนไลน์ หรือคอร์รัปชัน ต่างต้องพึ่งพาเส้นทางการเงินของสถาบันการเงิน โดยเมื่อเงินผิดกฎหมายต้องผ่านระบบการเงิน ธปท.จึงใช้แนวทางสร้าง “คอขวด” และเพิ่มความยากลำบากในจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ของระบบการเงิน เพื่อทำให้การทำธุรกรรมผิดกฎหมายทำได้ยากขึ้น
ทั้งนี้ ธปท.ได้ดำเนินมาตรการติดตามและสร้างคอขวดในธุรกรรมที่ผิดปกติ ทั้งการคุมเข้มการถอนเงินสดขนาดใหญ่ โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา หากถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาท ต้องมีการตรวจสอบและระบุวัตถุประสงค์การใช้เงิน ขณะที่การถอนเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป ในปัจจุบันแทบไม่มีความจำเป็น เนื่องจากมีระบบ QR Payment การโอนเงิน และเช็กรองรับ ส่งผลให้ยอดถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาท ซึ่งเดิมเคยสูงถึงประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อเดือน ลดลงมากกว่า 50% เหลือประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อเดือน