Prachachat
กบน. เคาะขึ้นราคาน้ำมัน 0.75 บาท รับตะวันออกกลางตึงเครียด มีผล 2 ต.ค. 69
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กบน. เห็นชอบ ขยับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.75 บาทต่อลิตร รับศึกตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง มีผล 2 ตุลาคม 2569
Key facts
- นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ ยังคงยกระดับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ พร้อมกดดันพันธมิตรยุโรปให้ปล่อยน้ำมันออกจากสต็อกสำรอง โดยในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นกว่า 179 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน ทุกชนิด โดยปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.75 บาทต่อลิตร การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 เพิ่มการชดเชย 0.59 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 8.03 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 35.69 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 เพิ่มการชดเชย 0.01 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.58 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 31.63
- จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนฯ มีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว เพื่อรองรับความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้
Summary
นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ ยังคงยกระดับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ พร้อมกดดันพันธมิตรยุโรปให้ปล่อยน้ำมันออกจากสต็อกสำรอง โดยในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นกว่า 179 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นกว่า 157 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 430.14 ล้านบาท
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน ทุกชนิด โดยปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.75 บาทต่อลิตร การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพทางอ้อมระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ยังไร้ความคืบหน้าชัดเจน จนสร้างความกังวลว่าความขัดแย้งจะยืดเยื้อและกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานระลอกใหม่
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มผันผวนอย่างต่อเนื่อง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำมันคุ้มค่าที่ ใช้เท่าที่จำเป็น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายท่านแล้ว ยังเป็นการช่วยลดภาระของประเทศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กองทุนน้ำมันฯ มีความแข็งแกร่งพอที่จะกลับมาดูแลประชาชนทุกคนได้อย่างยั่งยืนต่อไป